ูดคุยเหล่านี้ ยิ้มเล็กน้อยมิกล่าวกระไร
เรื่องที่เขารู้นั้นมีมากมาย
หญ้ากอนั้นน่าจะเป็นหญ้าสามพิสุทธิ์ที่เล่าขานกันมา มันย่อมต้องมีสิทธิ์ที่จะวางเอาไว้ยังตำแหน่งที่สำคัญที่สุดในงานประมูลแน่นอน
สำนักชิงซานแสดงท่าทีออกมาแล้ว ย่อมต้องไม่มีใครกล้าแย่งสมุนไพรนี้กับพวกเขา เพียงแค่ทำการประมูลไปตามกฎของหอเจินชี่พอเป็นพิธีเท่านั้น
ด้านนอกหุบเขาคือที่ราบ เส้นทางสู่เมืองกุ้ยอวิ๋นราบรื่น
เสียงจักจั่นร้องระงม คล้ายกำลังร้องส่งพวกเขา
ทันใดนั้น เสียงร้องของจักจั่นพลันเงียบหายไป
อาจารย์อาผู้นั้นเลิกคิ้วขึ้นมา กล่าวว่า “ระวังหน่อย ตั้งข่ายพลัง”
มีคำกล่าวที่ว่าเงียบสงัดราวจักจั่นในฤดูหนาว แต่ตอนนี้เป็นช่วงกลางฤดูร้อน อากาศร้อนอบอ้าว เหตุใดจู่ๆ เสียงจักจั่นพลันหายไป?
หมอกสีดำจางๆ สายหนึ่งลอยมาจากในหุบเขา ผลไม้ที่เพิ่งจะผลิออกมาจากบนต้นไม้พลันเปื่อยยุ่ยไปทันทีเมื่อสัมผัสถูกมัน
ศิษย์สำนักเป่ยซีสีหน้าคร่ำเคร่ง รีบหยิบอาวุธวิเศษออกมาตั้งข่ายพลังป้องกันอย่างรวดเร็ว
หมอกจางสีดำค่อยๆ กระจายตัว ร่างคนหลายร่างค่อยๆ ปรากฏขึ้นมา เมื่อดูจากเสื้อผ้าและไอพลังอันชั่วร้ายแล้วน่าจะมิได้มาดีอย่างแน่นอน
“คิดไม่ถึงว่าสภาวะเจ้าต่ำต้อย แต่กลับค่อนข้างระแวดระวัง สามารถพบถึงร่องรอยของพวกข้าได้ล่วงหน้า”
ชายชราสีหน้าเฉยเมยผู้หนึ่งกล่าว “นายน้อยอยากได้ของวิเศษที่พวกเจ้านำมาด้วยชิ้นนั้น รีบมอบมันออกมาซะ”
อาจารย์อาแซ่หลิวผู้นั้นก