ที่พวกเราสนใจจริงๆ คือลั่วไหวหนาน เพียงคนเดียว”
วานรภายในป่าพลันส่งเสียงร้องขึ้นมา
กู้ชิงกล่าว “เสี่ยวหยวนมาแล้ว”
เจ้าล่าเยวี่ยไม่พูดเรื่องนี้อีก
หลังจากคืนนั้นเมื่อสามปีก่อน นางและกู้ชิงก็มิได้พูดเรื่องลั่วไหวหนานต่อหน้าเด็กหนุ่มแซ่หยวนอีก
มิใช่เป็นเพราะสงสัยเขา หากแต่เป็นเพราะพวกเขาคาดเดาได้ถึงความเป็นมาของอีกฝ่าย จึงไม่อยากดึงเขามาพัวพันด้วย ขณะเดียวกันก็เพื่อเป็นการรักษาความลับ เพราะเรื่องที่พวกเขาคิดจะทำนั้นเป็นเรื่องที่น่าตกใจอย่างมาก
ในคืนนั้นเมื่อสามปีก่อน เจ้าล่าเยวี่ยกับกู้ชิงเคยบอกว่าพวกเขาไม่เชื่อเรื่องที่ลั่วไหวหนานเล่ามา
ยอดเขาซั่งเต๋อน่าจะรู้เรื่องนี้ได้อย่างรวดเร็ว แต่พวกเขากลับไม่มีการตอบสนองใดๆ
นี่แสดงให้เห็นว่ายอดเขาซั่งเต๋อไม่เชื่อการวิเคราะห์ของพวกเขา
ความเป็นไปได้ที่เลวร้ายมากกว่านั้นก็คือยอดเขาซั่งเต๋อเชื่อในการวิเคราะห์ของพวกเขา แต่กลับไม่ยอมทำอะไร
เสียงฝีเท้าดังขึ้นมา
เด็กหนุ่มแซ่หยวนมาถึงริมผา ใบหน้าดูประหลาดใจ
“อาจารย์ ถงเหยียนขอเข้าพบท่าน ให้พบหรือไม่ขอรับ?”
……
……
น้อยครั้งนักที่ยอดเขาเหลี่ยงว่างจะมีแขกจากสำนักอื่นมาเยือน
วันนี้มีแขกขึ้นมาเยือนยังยอดเขาเหลี่ยงว่าง ลำแสงกระบี่ตรงบริเวณหน้าผาหายไป
ถึงแม้จะเป็นแขก แต่ถ้าให้พวกเขามาเห็นเพลงกระบี่ของยอดเขาทั้งเก้าของชิงซานก็ดูจะมิค่อยเหมาะเช่นเดียวกัน
ยิ่งไปกว่านั้นแขกที่มาเยือนในวันนี้มาจากสำนักจงโจว
นี่คือส