อจะสู้กับเขาได้อย่างสูสี เช่นนั้นเวลานี้ก็ได้ถูกเขาทิ้งห่างออกไปอย่างเห็นได้ชัดแล้ว
ที่กั้วหนานซานขมวดคิ้วมิใช่เป็นเพราะอิจฉาหรือไม่ยอมรับ หากแต่เป็นเพราะเขาไม่ชอบที่เหลยอี้จิงพูดแบบนี้
เขามองว่าหากนี่เป็นเรื่องของโชคชะตาจริงๆ เช่นนั้นก็หมายความว่าลั่วไหวหนานก็น่าจะเป็นคนที่เกิดมาเพื่อทำการใหญ่ สมควรแบกรับภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่ของฝ่ายธรรมะ
กู้หานมองดูสีหน้าเขา ก่อนจะกล่าวกับเหล่าศิษย์น้องว่า “หลายปีมานี้สหายลั่วออกไปสังหารมารกำจัดปีศาจทั่วทุกที่ มิได้สนใจเลยว่าการบำเพ็ญเพียรของตนจะได้รับผลกระทบ มิได้สนใจแม้กระทั่งความเป็นความตาย จิตใจที่มุ่งมั่นเช่นนี้ช่างน่านับถือยิ่งนัก ควรค่าแก่การที่ศิษย์รุ่นเราจะเอาเป็นเยี่ยงอย่าง อย่าได้พูดจาส่งเดชอีก”
ศิษย์ยอดเขาเหลี่ยงว่างรับคำ
กู้หานมองไปยังแท่นหินแห่งหนึ่งบนหน้าผา แลดูเสียใจเล็กน้อย
ยอดเขาเสินม่อยังคงไม่ปรากฏตัว
ศิษย์ที่อยู่ริมธารสี่เจี้ยนเหล่านั้นเองก็เสียใจ
พวกเขาล้วนแต่อยากกลายเป็นศิษย์ของยอดเขาเสินม่อ
……
……
“ไม่เคยลงมาจากยอดเขาเสินม่อเลยสักครั้ง อาจารย์อาของพวกเราผู้นี้ช่างคล้ายกับปรมาจารย์อาในอดีตผู้นั้นเสียจริง”
“ว่ากันว่าใจแห่งเต๋าของนางเงียบเหงา ก็เลยตั้งใจบำเพ็ญเพียรอยู่ในยอดเขา ย่อมไม่มีทางรับศิษย์อีก”
“ทำไมถึงเป็นเช่นนี้? หรือเป็นเพราะการตายของอาจารย์อาจิ๋งจิ่ว นางเลยเสียใจอย่างมาก?”
“พูดจาเหลวไหลอะไรกัน ก่อนนี้นางฝึกอยู่บนยอดเ