ขากระบี่ตั้งหลายปี หรือว่าตอนนั้นนางก็เสียใจเหมือนกัน?”
“ต่อให้เจ้าชอบอาจารย์อาจิ๋งก็อย่าได้คิดปฏิเสธ ในงานเหมยฮุ่ยครั้งนั้น ภาพอาจารย์อาจิ๋งเสียบดอกไม้ให้อาจารย์อาเจ้า คนจำนวนนับไม่ถ้วนต่างมองเห็น”
“แต่พวกเขาก็ไม่เคยยอมรับว่าเป็นคู่รักบำเพ็ญพรต อีกอย่าง ความสัมพันธ์ของอาจารย์อาจิ๋งและเซียนไป๋เจ่าก็ดีมากเหมือนกัน หากไม่เกิดเรื่องนั้นขึ้น ใครจะรู้บ้างว่าตอนนี้จะกลายเป็นอย่างไร”
“อาจารย์อาจิ๋งเพิ่งจะเจอหน้าสหายไป๋เจ่าครั้งแรกในงานชุมนุมเหมยฮุ่ย จะเป็นไปได้อย่างไร”
“ศิษย์พี่เยาที่อยู่ยอดเขาเหลี่ยงว่างเคยเล่าให้ฟังว่าในการประลองวิถีพรต นางต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับอาจารย์อาจิ๋ง พวกเจ้าก็รู้ว่าตอนนั้นอาจารย์อาต้องแบกรับความกดดันมากมายเพียงใด? แล้วเหตุใดนางต้องสนับสนุนเขาเช่นนี้ด้วย?”
“ถูกต้อง หลักฐานที่ชัดเจนที่สุดก็คือสำนักจงโจวมีตราประทับหมื่นลี้สองอัน ลั่วไหวหนานใช้ไปอันหนึ่ง ไป๋เจ่ายังมีอีกอันหนึ่ง แต่เหตุใดนางถึงไม่ออกมา?”
“ก็ร่วมเป็นร่วมตายด้วยกันไง หากไม่ได้รักกันแล้ว เหตุใดต้องทำแบบนี้?”
เหล่าศิษย์หญิงของยอดเขาชิงหรงกำลังพูดคุยเรื่อยเปื่อย แต่พวกนางกลับไม่รู้เลยว่าคำพูดของนางได้ถูกศิษย์สำนักจงโจวผู้หนึ่งได้ยินเข้า
แสงอาทิตย์ยามเย็นส่องลงมาบนใบหน้าอันอ่อนเยาว์ มองไม่เห็นอารมณ์ใดๆ เพียงแค่ผอมลงกว่างานชุมนุมเหมยฮุ่ยครั้งนั้นเล็กน้อย
ถงเหยียนมองไปยังแท่นหินที่ไม่มีคน
หลังจบการประลอง