นางไปยังเขาด้านหลังเขาอวิ๋นเมิ่งและยอดเขาซ่อนเร้นในชิงซาน
แต่ว่านอกจากเจ้าปัญญาอ่อนนั่นแล้ว ไม่มีใครที่จะตอบรับคำเชิญของนางเลย
คำตอบของจิ่งหยางนั้นเด็ดขาดที่สุด
เด็ดขาดเสียจนหลังจากวันนั้น นางก็ไม่เคยเจอเขาอีกเลย
“หลายปีมานี้ มีเพียงเจ้าปัญญาอ่อนนั่นที่สู้อยู่ที่นี่ไม่หยุด เจ้าเคยเห็นพวกเขามาไหมล่ะ?”
กั้วตงนั่งอยู่บนธรณีประตู มือชี้ไปยังยอดฝีมือแห่งโลกบำเพ็ญพรตที่ยังไม่ยอมปรากฏตัวที่อยู่ด้านหลังเมฆเหล่านั้น พลางกล่าวด้วยสีหน้าดูถูก
เจ้าล่าเยวี่ยมองนางพลางกล่าวถามว่า “เจ้าเป็นใครกันแน่?”
มีท่าทีต่อยอดคนอย่างเจ้าสำนักจงโจว เทพกระบี่ซีไห่ หยวนฉีจิงเช่นนี้ ใช้คำว่าปัญญาอ่อนมาเรียกเทพดาบ เช่นนั้นนางย่อมต้องไม่ใช่ศิษย์รุ่นเยาว์ของสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยแน่
กั้วตงมิได้ตอบคำถาม
เสียงถอนใจเสียงหนึ่งดังขึ้นภายในวัด
กั้วตงมิได้สนใจ
เจ้าล่าเยวี่ยหมุนตัวมองเข้าไป นางยังคงมองไม่เห็นผู้ใด แล้วก็วิเคราะห์ไม่ออกมาเสียงนี้มาจากทางไหน
“ข้าเข้าใจว่าเจ้ามาทำไม แต่ข้ามิอาจช่วยเจ้าได้”
เสียงนั้นฟังดูจริงใจและกังวาน ดังสะท้อนไปในวัด คล้ายดังขึ้นมาจากทั่วทุกที่ แล้วก็คล้ายขาดอะไรไปบางอย่าง ทำให้ผู้ฟังรู้สึกหงุดหงิด
มองไม่เห็นคน แต่เจ้าล่าเยวี่ยรู้ว่าอีกฝ่ายคือใคร
นางคารวะเข้าไปในวัดอย่างจริงจัง กล่าวว่า “เจ้าล่าเยวี่ยแห่งชิงซาน คารวะท่านเทพดาบ”
……
……
เจ้าของเสียงนั้นภายในวัดก็คือเทพดาบ