็ยังไม่ลืมที่จะพักอย่างสบาย สมกับเป็นพวกเซียนจริงๆ”
ในตอนที่กู้ชิงกล่าวประโยคนี้ สีหน้าราบเรียบเป็นยิ่งนัก สัมผัสไม่ได้ถึงความรู้สึกเย้ยหยันในคำพูดของเขาเลยแม้แต่น้อย
เจ้าล่าเยวี่ยคล้ายมิได้ยินคำพูดของเขา สายตามองไปในท้องฟ้ายามเย็นที่อยู่รอบกาย
สภาวะของนางยังตื้นเขิน แต่ความสามารถในการรับรู้ของร่างกระบี่หลังกำเนิดนั้นเฉียบคมเป็นอย่างมาก นางสามารถสัมผัสได้ถึงพลังอันแข็งแกร่งจำนวนหนึ่งที่อยู่ด้านบนชั้นเมฆ
ดูเหมือนยอดคนของแต่ละสำนักกำลังจ้องมองไปทางทิศเหนือจากตรงนั้น
เพียงแต่ว่า แค่ดูเฉยๆ อย่างนี้หรือ?
……
……
เรือกระบี่ไม้ลงจอดด้านนอกเรือนหลังหนึ่ง
หนานว่างยืนอยู่ด้านนอกเรือน
หลายวันก่อน นางกับเหอกั๋วกงและคนอื่นๆ เดินทางจากเมืองเจาเกอมาถึงที่นี่
หากเป็นเวลาปกติ นางไม่มีทางที่จะออกมารอรับเจ้าล่าเยวี่ยด้วยตัวเองเด็ดขาด
ถึงแม้สถานะและความอาวุโสของทั้งสองฝ่ายจะเท่าเทียมกัน แต่ประสบการณ์และสภาวะนั้นแตกต่างกันเป็นอย่างมาก
แต่สถานการณ์ในวันนี้ไม่เหมือนกัน
จิ๋งจิ่วสร้างความดีความชอบอย่างใหญ่หลวงให้แก่สำนักชิงซานไปจนถึงทั่วทั้งโลกแห่งการบำเพ็ญพรต แต่เขากลับยังติดอยู่ในที่ราบหิมะ เป็นตายอย่างไรไม่รู้
ยอดเขาเสินม่อเดินทางมาดูแลเรื่องนี้ย่อมต้องเป็นเรื่องที่สมควร แล้วก็เป็นเรื่องที่จำเป็นต้องให้ความสำคัญด้วย
เจ้าล่าเยวี่ยเดินเข้าไปในเรือน เหล่าศิษย์ชิงซานพากันโค้งคารวะ
กู้ชิงเดินตามอยู่ด้านหลังนาง