สายตากวาดมองดู พบว่าไม่มากไม่น้อย เก้าคนพอดี
หนานว่างมิได้ตามเข้ามา เพื่อที่จะให้ยอดเขาเสินม่อสะดวกที่จะสอบถาม หรือว่าระบายความโกรธ
“เกิดอะไรขึ้น?”
เจ้าล่าเยวี่ยถามด้วยสีหน้าเรียบเฉย
เยาซงซานก้าวออกมา บอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในการประลองวิถีพรตอย่างละเอียดรอบหนึ่ง
เจ้าล่าเยวี่ยนิ่งเงียบไปครู่ สายตากวาดผ่านใบหน้าของศิษย์ชิงซานเหล่านี้
ศิษย์ชิงซานเหล่านี้ล้วนแต่ก้มหน้า
ศิษย์ยอดเขาเหลี่ยงว่างที่ชื่อเหลยอี้จิงใบหน้าแดงก่ำ รู้สึกอับอายมิกล้าสู้หน้า
ในตอนที่จิ๋งจิ่วขอให้พวกเขาหนีออกมา พวกเขากลับมีท่าทีแข็งขืน กระทั่งคิดจะขัดคำสั่งโดยไม่สนใจสถานะความอาวุโส
แต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นในงานประลองวิธีพรตหลังจากนั้นได้พิสูจน์การคาดการณ์ของจิ๋งจิ่ว
หากมิเป็นเพราะจิ๋งจิ่ว พวกเขาอาจจะตายอยู่ในหมอกประหลาดเหมือนอย่างศิษย์สำนักกระบี่ซีไห่ทั้งสองคนนั้นแล้วก็เป็นได้
เจ้าล่าเยวี่ยมิได้ทำเหมือนอย่างที่หนานว่างคาดเอาไว้ หลังสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดแล้วก็มิได้กล่าวอะไร หากแต่ให้พวกเขาออกไป
หลังจากนั้น ต้าเจ๋อลิ่งและผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักเสวียนหลิงได้เดินทางมาขอบคุณ พร้อมขอเจ้าล่าเยวี่ยอย่าได้เศร้าเสียใจ
จากนั้นคนอื่นๆ อย่างเหอกั๋วกงและสมณะตู้ไห่ต่างก็เข้ามาเยี่ยม
จนในที่สุดก็ไม่มีใครมาอีก ภายในเรือนกลับคืนสู่ความเงียบสงบ
“อย่าได้เศร้าเสียใจมันหมายความว่าอะไร? นี่มันเกินไปแล้ว!”
เด็กหนุ่มแซ่