หยวนกล่าวด้วยขอบตาที่แดงเล็กน้อย
กู้ชิงยังคงเยือกเย็น กล่าวว่า “หลังจากนี้จะทำอย่างไร หรือว่าทำได้แค่เพียงรอเฉยๆ อยู่ที่นี่?”
“ไม่มีผู้ใดรู้ว่าในที่ราบหิมะเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ในคำสั่งของเจ้าสำนักบอกเอาไว้ชัดเจน ห้ามมิให้ศิษย์ชิงซานเข้าไปในที่ราบหิมะแม้แต่ก้าวเดียว โดยเฉพาะข้า”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าวด้วยสีหน้าเฉยชา
กู้ชิงครุ่นคิด กล่าวว่า “ข้าจะไปสอบถามทางนั้นเสียหน่อย ต่อให้ลั่วไหวหนานจะบาดเจ็บหนักแค่ไหน ก็ไม่มีทางที่จะสลบอยู่ที่ยอดเขาอวิ๋นเมิ่งนานขนาดนี้แน่”
เจ้าล่าเยวี่ยมองไปทางเมฆครึ้มทางทิศใต้ที่กำลังมีฝนตกลงมา กล่าวว่า “ข้าจะไปพบกฎแห่งกระบี่”
เด็กหนุ่มแซ่หยวนคล้ายอยากจะกล่าวอะไรแต่ก็หยุดไป
……
……
กู้ชิงไปยังสถานที่ของสำนักจงโจว
ในฐานะที่เป็นผู้นำแห่งโลกแห่งการบำเพ็ญพรตฝ่ายธรรมะเช่นเดียวกัน แต่ไหนแต่ไรมาสำนักจงโจวและสำนักชิงซานจึงไม่ค่อยถูกชะตากันเท่าไร
หากเป็นเมื่อก่อน เขาไม่มีทางที่จะได้รับการต้อนรับที่ดีแน่ มีแต่จะถูกมองด้วยสายตาที่หวาดระแวงและเป็นศัตรู
แต่วันนี้เขากลับได้รับชาร้อนถ้วยหนึ่ง หลังจากที่ทราบว่าเขาเป็นลูกศิษย์ของจิ๋งจิ่ว บนโต๊ะเบื้องหน้ายังมีผลไม้เพิ่มมาอีกจานหนึ่ง
คนที่มาต้อนรับเขาเปลี่ยนจากศิษย์ธรรมดาคนหนึ่งเป็นผู้อาวุโสขั้นจิตก่อรูปผู้หนึ่ง
บรรยากาศภายในเรือนของสำนักจงโจวค่อนข้างตึงเครียดกดดัน
ไป๋เจ่าเป็นบุตรสาวของเจ้าสำนัก สถานะของนางเมื่อเทียบกับจิ๋งจิ่วเวลาที่อย