ู่ในชิงซานแล้วไม่รู้ว่าสำคัญกว่าตั้งกี่เท่า
กู้ชิงกล่าวถามว่า “ขอเรียนถามผู้อาวุโส ไม่ทราบว่าอาจารย์เซียนลั่วตื่นขึ้นมาแล้วหรือยังขอรับ”
ผู้อาวุโสท่านนั้นกล่าว “ยังเลย ท่านนักพรตไป๋กำลังรักษาเขาอยู่”
ทั่วทั้งโลกบำเพ็ญพรตต่างรู้ว่าไป๋เจ่าใช้แซ่ตามมารดา นักพรตไป๋ที่ว่าก็คือฮูหยินของเจ้าสำนักจงโจว
เจ้าล่าเยวี่ยถูกเว่ยเฉิงจึซึ่งเป็นอาวุโสขั้นจิตก่อรูปของสำนักจงโจวลอบสังหารในหุบเขาหมิงชุ่ยที่อยู่นอกเมืองเจาเกอ เพื่อเรื่องนี้แล้ว นักพรตไป๋ได้เดินทางไปพบเจ้าสำนักชิงซานและหยวนฉีชิงที่ชิงซานเพื่ออธิบายเรื่องนี้ ด้วยสถานะและความอาวุโสของกู้ชิงแล้ว ย่อมไม่มีทางเข้าพบได้
เจ้าสำนักจงโจวและฮูหยินล้วนแต่เป็นยอดคนที่บรรลุสภาวะขั้นยานใหญ่ เทียบเท่ากับยอดคนขั้นทะลวงสวรรค์อย่างเจ้าสำนักชิงซานและหยวนฉีจิง พลังฝีมือล้ำลึกสะเทือนฟ้าสะเทือนดิน ใกล้เคียงกับเทพเซียนที่อยู่ในตำนาน เมื่อได้ยอดคนเช่นนี้ลงมือรักษา ขอเพียงลั่วไหวหนานยังมีลมหายใจอยู่ อีกไม่นานก็น่าจะฟื้นขึ้นมาได้
กู้ชิงกล่าวว่า “ข้าขอรออยู่ที่นี่ได้หรือไม่ขอรับ?”
ผู้อาวุโสของสำนักจงโจวมองดูเขา ในใจครุ่นคิดว่าฟ้าใกล้มืดแล้ว เจ้าซึ่งเป็นศิษย์ชิงซานมาอยู่ในสำนักของข้าย่อมต้องไม่สะดวก แต่ก็เข้าใจว่าเขาร้อนใจเรื่องใด จึงมิได้กล่าวส่งแขก หากแต่กล่าวว่า “เช่นนั้นเจ้าก็รออยู่ที่นี่แล้วกัน”
ความหมายของคำพูดนี้ก็คืออย่าเที่ยวเดินไปทั่ว ถ้าเกิดเข้าใจผิดขึ้