จิ๋งจิ่วมิได้ถามนางว่ายินดีเรียนหรือไม่ หากแต่เริ่มท่องเคล็ดวิชาออกมา
เขาท่องออกมาได้เพียงสี่พยางค์แรกก็ต้องหยุดลง
เพราะไป๋เจ่าพูดออกมาประโยคหนึ่ง
“ที่แท้เจ้าเป็นผู้สืบทอดของวัดกั่วเฉิงจริงๆ ด้วย”
นางมองดูดวงตาของเขา ก่อนถามเสียงเบาๆ ว่า “พระของวัดกั่วเฉิงสามารถกลับคืนสู่โลกปุถุชนได้หรือ? แล้วแต่งงานได้หรือเปล่า?”
ยังไม่ทันที่จิ๋งจิ่วจะตอบคำถาม นางก็คิดถึงเรื่องราวของเทพดาบขึ้นมา บนใบหน้ามีรอยยิ้มเล็กๆ
จิ๋งจิ่วนิ่งเงียบไปครู่ ก่อนจะยื่นนิ้วชี้ไปยังหว่างคิ้วของนาง ปลายนิ้วแฝงเอาไว้ด้วยพลังที่เงียบสงบอย่างมากสายหนึ่ง
เมื่อเห็นนิ้วมือที่ใกล้เข้ามาทุกขณะ ไป๋เจ่ารู้สึกตกใจเล็กน้อย
สุดยอดวิชาอย่างวิชาก้วนติ่งนั้นมีแต่สมณะสูงศักดิ์ของสำนักฌานเท่านั้นถึงจะใช้ได้ มาตรว่าเจ้าจะเป็นผู้สืบทอดที่ลงมายังโลกปุถุชนของวัดกั่วเฉิงจริงๆ แต่อายุเพียงเท่านี้ ทำไมถึงใช้วิชานี้ได้?
ไร้ซึ่งซุ่มเสียง ปลายนิ้วของจิ๋งจิ่วสัมผัสกับหว่างคิ้วของนาง ภาพและตัวอักษรจำนวนนับไม่ถ้วนค่อยๆ หลั่งไหลตามจิตจำแนกแห่งกระบี่เข้าไปในทะเลแห่งการรับรู้ของนาง
ไป๋เจ่าหลับตาสงบอารมณ์ เรียนรู้อย่างเงียบๆ
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร จิ๋วจิ่วดึงนิ้วกลับมา
“ตรงไหนไม่เข้าใจ ในช่วงสองสามวันนี้ให้รีบมาถามข้า”
ไป๋เจ่าลืมตา รู้สึกไม่อยากละสายตาไปจากเขา