ชายชราเตี้ยผอมเปลี่ยนประเด็น กล่าวถามว่า “เจ้าอยากให้เจ้าจิ๋งจิ่วนั่นตายขนาดนี้เลยหรือ? ต่อให้เขาเป็นผู้สืบทอดของศิษย์น้องเจ้า แต่ใดเจ้าต้องระวังตัวขนาดนี้? หรือว่า…เขายังมีความเป็นมาอย่างอื่นอีก?”
ชายหนุ่มรู้ว่าที่ก่อนหน้านี้ปรมาจารย์พรรคมารผู้นี้กล่าวคำพูดไร้สาระตั้งมากมายขนาดนั้น ก็เพราะเขาอยากจะถามคำถามนี้ จึงยิ้มๆ มิได้อธิบายอะไร
ชายชราเตี้ยผอมหรี่ตา ไล่ถามต่อว่า “หรือจะบอกว่าถึงจิ๋งหยางจะตายไปแล้ว เจ้าก็ยังหวาดกลัวเขาอยู่?”
“ใช่สิ ข้ากลัวเขา เพราะข้ามองเขาไม่ออก นอกเสียจากเรื่องบรรลุกลายเป็นเซียนแล้ว ข้าไม่เคยรู้มาก่อนว่าเขาอยากได้อะไร ชอบอะไร”
ชายหนุ่มคีบเอาผักขึ้นมาสองสามก้าน เตรียมจะใส่ลงไปในน้ำแกงสีแดง แต่เขาครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะเอามันใส่ลงไปในน้ำแกงสีขาวที่ยังไม่เริ่มเดือด พลางกล่าวต่อว่า “ตอนที่เขายังเป็นเด็ก ข้าเคยถามเขาหลายครั้งว่าชอบสีอะไร ชอบวิชาอะไร แต่ก็ไม่เคยได้รับคำตอบกลับมา”
เมื่อนานมาแล้ว ตอนที่ยอดเขาซั่งเต๋อกินหม้อไฟเป็นครั้งแรกก็ใช้หม้อเยวียนยาง
เขากับศิษย์ทรยศสองคนนั้นกินน้ำแกงสีแดง จิ่งหยางกินน้ำแกงสีขาว ภายหลังกลายเป็นน้ำแกงใส
ไร้รสไร้ชาติ ไร้ความปรารถนาและความต้องการ น่าเบื่อเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็ไม่มีจุดอ่อนใดๆ
ถ้าจะมองว่าบนโลกนี้เขาระมัดระวังใครมากที่สุด มิใช่ศิษย์ทรยศสองคนนั้น แล้วก็มิใช่ใครอื่น หากแต่เป็นจิ่งหยาง