หยียนถึงไม่ยอมตอบตกลง? เพราะพวกข้าต่างรู้ดีว่าอาจารย์กับอาจารย์หญิงเพียงแค่อยากหาคู่บำเพ็ญเพียรให้กับเจ้าที่ป่วยกระเสาะกระแสะ เพื่อจะได้ช่วยเจ้าเสริมในส่วนที่ขาดหายไปแต่กำเนิดเท่านั้น ต่อให้ข้ากับถงเหยียนจะบำเพ็ญเพียรกันยากลำบากแค่ไหน ก็เป็นได้แค่ชุดเจ้าสาวให้เจ้าเท่านั้นแหละ”
ไป๋เจ่าได้ยินเช่นนี้พลันตกตะลึงไปเล็กน้อย นางไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลยจริงๆ
“ถงเหยียนเป็นคนที่ฉลาดที่สุดในโลก ทำไมเจ้านั่นถึงจะมองไม่ออก เขาถึงได้คิดวิธีการที่ฉลาดอย่างมากออกมาวิธีหนึ่ง นั่นก็คือเอาข้ามาเป็นข้ออ้าง”
ลั่วไหวหนานยิ้มขมขื่นเล็กน้อย กล่าวว่า “เขาฉากตัวออกไปรวดเร็วเช่นนี้ แล้วข้ายังจะถอยไปไหนได้อีก? ข้าจึงได้แต่ต้องทำเป็นกล่าวปณิธานออกไปว่าหลังบรรลุสภาวะขั้นสูงแล้ว ข้าจะมายังที่ราบหิมะเพื่อปกป้องเผ่าพันธุ์มนุษย์ กลายเป็นเทพดาบคนที่สอง แต่ใครจะยอมมานั่งเฝ้าที่ราบหิมะเป็นร้อยๆ ปีเหมือนอย่างไอปัญญาอ่อนนั่นล่ะ? ข้าก็แค่ทำไปเพื่อหลีกหนีการแต่งงานที่ไม่มีทางเลือกนี้เท่านั้นแหละ เดิมข้าอยากจะดูว่าถงเหยียนยังจะถอยหนีไปไหนได้อีก แต่กลับคิดไม่ถึงว่าเรื่องนี้มันจะสร้างชื่อเสียงให้ข้าไม่น้อย”
ไป๋เจ่านิ่งเงียบ มิได้กล่าวกระไร
“แต่ตอนนี้ดูแล้ว ต่อไปข้าคงไม่ต้องมาทางเหนืออีกแล้วล่ะ”
คำพูดประโยคนี้ของลั่วไหวหนานกล่าวไม่ครบถ้วน
หากไป๋เจ่าตายอยู่ที่นี่ เขาย่อมไม่ต้องมายังที่ราบหิมะเหมือนเทพดาบในอดีตเพื่อหลบหนีการ