หน้าเข้าไปยังส่วนลึกของที่ราบหิมะเพื่อประลองวิถีพรตต่อก็ล้วนแต่คือการไป
ไป๋เจ่าถามกลับ “แล้วเหตุใดเจ้าไม่ไป?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ข้าจะลองไปดูหน่อย”
หลังเหยียบเข้ามาในที่ราบหิมะ ยิ่งมุ่งหน้าขึ้นไปทางเหนือ เขาก็ยิ่งรู้สึกไม่ดี
หลังพบเจอกับหมอกประหลาดนั้น ความรู้สึกเช่นนี้ก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้น
หากอันตรายที่อยู่ในส่วนลึกของที่ราบหิมะคือกับดักที่ศิษย์พี่วางขึ้นมา ตามวิธีปฏิบัติที่ผ่านมา เขามักจะจากไปหลังจากที่ส่งศิษย์ชิงซานเรียบร้อย
นี่มิใช่การหลบหนี หากแต่เป็นการยอมเปิดทาง
การต่อสู้ที่ดำเนินมาเป็นเวลาหลายร้อยปีนี้ เขาปฏิบัติตามหลักการนี้อย่างเคร่งครัด เลยมิเคยพบกับความพ่ายแพ้มาก่อน
แต่ตอนนี้ดูแล้ว เขาก็ไม่เคยชนะอย่างแท้จริงเช่นเดียวกัน
ดังนั้นเขาจึงรับปากเจ้าล่าเยวี่ยในเรื่องนั้น
หากนี่เป็นกับดัก อย่างนั้นก็ลองทำลายมันดูแบบซึ่งๆ หน้า
แล้วเมื่อไรถึงจะเข้าไปอยู่ในกับดัก?
เขายังต้องรอคอยอยู่
ครั้งนี้เขามิได้รอคน แล้วก็มิได้รอเรือ หากแต่รอเรื่อง
คืนหนึ่งผ่านอย่างเงียบๆ แสงอาทิตย์มาเยือนอีกครา ไป๋เจ่ายังคงอยู่
“ถ้าเจ้ายังไม่ไป อาจจะไม่ทันแล้วนะ” จิ๋งจิ่วกล่าว
ไป๋เจ่ากล่าวเสียงเบาๆ “ไม่ต้องเป็นห่วงข้า ขอเพียงข้าอยากไป ข้าสามารถไปได้ทุกเมื่อ”
……
……
ราชวงศ์ตระกูลจิ๋งครอบครองพื้นที่หนึ่งในสามของแผ่นดินเฉาเทียน เมื่อมุ่งหน้าขึ้นไปทางเหนือจะเป็นที่ราบหิมะอันเย็นยะเยือก
ในส่วนลึกของที่ราบหิมะมีเทือกเขาข