ลมหนาวพัดหวีดหวิว ในหุบเขาเย็นยะเยือกเป็นยิ่งนัก มาตรว่าศิษย์หนุ่มสาวเหล่านี้จะเป็นผู้บำเพ็ญพรต แต่พวกเขาก็ค่อนข้างลำบากเช่นเดียวกัน ต่างคนต่างต้องไปยืนหลบอยู่หลังก้อนหินหรือภายในถ้ำ เสียงพูดคุยของพวกเขาเองก็ถูกลมหนาวหั่นสะบั้น ประเดี๋ยวดังประเดี๋ยวหาย
“เหตุใดยังต้องรออีกหนึ่งวัน? เขาได้ที่หนึ่งในการประลองวิถีพรตไปแล้ว แต่พวกเรายังขาดอีกตั้งเยอะ ต้องรีบทำเวลานะ”
“พวกเจ้าน่ะยังดี แค่วันเดียวเอง พวกข้านี่สิ เพื่อที่จะมาเจอกับพวกเจ้าที่นี่แล้ว เสียเวลาไปสี่วันแล้วเนี่ย”
“บ้าจริงๆ เลย ทำไมเขาบอกไม่ไป เราก็ต้องไม่ไปด้วย?”
ทุกคนต่างรู้ว่านี่เป็นความคิดของจิ๋งจิ่ว
หากจิ๋งจิ่วมิได้มาจากชิงซาน ยิ่งไปกว่านั้นยังมีสถานะสูงส่ง อีกทั้งได้รับการสนับสนุนจากไป๋เจ่า เกรงว่าทุกคนคงจะโวยวายขึ้นมานานแล้ว
กระทั่งศิษย์ชิงซานเหล่านั้นก็ยังรู้สึกกลุ้มใจ เพียงแต่มิกล้ากล่าวกระไร
“เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่? เจ้าคิดว่าด้านหน้าจะเกิดเรื่องใหญ่ เลยจะรวบรวมคนเอาไว้เยอะๆ ใช่หรือเปล่า?”
ไป๋เจ่ามองจิ๋งจิ่วพลางกล่าวถามเสียงเบาๆ
จริงอยู่ที่แคว้นเสวี่ยน่าจะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้น ด้านหน้าอาจจะมีอันตรายที่ร้ายแรงอย่างมากรออยู่
แต่จิ๋งจิ่วมิได้คิดจะรวบรวมกำลังทั้งหมดที่สามารถรวบรวมได้เพื่อจะต่อกรกับอันตรายที่ยังไม่ทราบเหล่านั้น
“รออีกสองวัน” เขากล่าวกับไป๋เจ่า
หลังผ่านการเดินทางในช่วงหลายวันมานี้ ไป๋เจ่าคาดเดาจุดประสงค์ของเขาได