่นนี้ออกมา นางจึงมิได้กล่าวกระไร
เจ้าสำนักแต่ละสำนักต่างสบตากันมิกล่าวกระไร
ต่อให้จิ๋งจิ่วเป็นอัจฉริยะทางวิถีกระบี่ที่สำนักชิงซานเลี้ยงดูฟูมฟักขึ้นมา ต่อให้เจ้าเป็นศิษย์สืบทอดของนักพรตจิ่งหยาง แต่เจ้าเป็นเพียงศิษย์หนุ่มที่เข้าร่วมการประลองวิถีพรตคนหนึ่งเท่านั้น มีสิทธิ์และกล้าดีมาจากไหน ถึงมาเสนอคำขอที่น่าขันเช่นนี้
ผู้อาวุโสจากสำนักจงโจวผู้นั้นรู้สึกเรื่องนี้ค่อนข้างแปลกประหลาด จึงเหลือบมองไปทางหนานว่าง ก่อนกล่าวถามว่า “เหตุใดเขาจึงเสนอคำขอเช่นนี้?”
เหอกั๋วกงเลิกคิ้วเล็กน้อย กล่าวว่า “เขาบอกว่ารู้สึกไม่ดี”
ผู้อาวุโสสำนักจงโจวสีหน้าเปลี่ยนเล็กน้อย กล่าวว่า “แค่นี้หรือ?”
เหอกั๋วกงถอนใจ กล่าวว่า “ถูกต้อง ไม่มีเหตุผลอื่นอีก”
เจ้าสำนักคุนหลุนแค่นหัวเราะกล่าวว่า “แค่รู้สึกไม่ดีก็จะหยุดการประลอง? เขาคิดว่าเขาเป็นใคร?”
คลื่นอสูรจำนวนมหาศาลเมื่อสองร้อยปีก่อนครั้งนั้นคือการยุติการประลองวิถีพรตล่วงหน้าเพียงครั้งเดียวของงานชุมนุมเหมยฮุ่ย แต่ปีนี้ได้มีการทำการยืนยันแล้วว่าไม่มีคลื่นอสูร
การประลองวิถีพรตได้ดำเนินมาครึ่งหนึ่งแล้ว ศิษย์ที่เข้าร่วมการประลองได้เข้าไปยังที่ราบหิมะ บนท้องฟ้าทุกที่เต็มไปด้วยกระแสลมอันรุนแรงทั่วทุกที่ หากจะยุติการประลองและรับพวกเขากลับมาจริงๆ ก็จำเป็นต้องใช้ของวิเศษประจำสำนักของแต่ละสำนัก สิ่งสำคัญก็คือถึงแม้จะทำได้ แต่ทำไมโลกแห่งการบำเพ็ญพรตถึงต้องทำเรื่องนี้เพียงเพรา