าวเหล่านี้หมดลง บรรยากาศภายในหุบเขาเริ่มวุ่นวายขึ้นมา
ไม่รู้ว่าศิษย์สำนักไหนตะโกนขึ้นมา “พระอาทิตย์กำลังจะตกแล้ว ทำไมถึงยังไม่เดินทางอีก?”
จิ๋งจิ่วมิได้มองดูใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยและความโกรธเคืองของคนหนุ่มสาวหลายสิบคนนั้น
เขากล่าวกับไป๋เจ่าว่า “แจ้งไปยังเรือนซีซาน ข้าขอให้ยุติการประลองวิถีพรต รีบเรียกศิษย์ทุกคนกลับทันที”
……
……
ณ จุดสูงสุดของเรือนซีซาน เมฆหมอกยังคงลอยวน เพียงแต่ท้องฟ้ายามเย็นได้มาถึงแล้ว ทั่วทั้งยอดเขาคล้ายกำลังลุกไหม้ เจ้าสำนักของแต่ละสำนักยังคงถกเถียงกันว่าเหตุใดจิ๋งจิ่วจึงสั่งให้ศิษย์หนุ่มสาวหลายสิบคนหยุดเดินทาง ขณะที่กำลังตกลงกันว่าจะถ่ายทอดคำสั่งเร่งให้พวกเขาออกเดินทางหรือว่าใช้การลงโทษดีหรือไม่ ทันใดนั้นพลันได้รับแจ้งข่าวที่ส่งมาจากที่ราบหิมะ
การประลองวิถีพรตเจอกับการท้าทายที่ไม่เคยมีมาก่อน
ไม่ใช่ว่าเหล่าลูกศิษย์ที่เข้าร่วมการประลองเจอกับการเปลี่ยนแปลงของฟ้าดินอย่างฉับพลัน หากแต่เป็นเพราะเรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
กระทั่งคิดก็ยังไม่เคยมีคนคิดมาก่อน
“จิ๋งจิ่วขอให้ยุติการประลองทันที แล้วเรียกศิษย์ทุกคนกลับมา”
สีหน้าเหอกั๋วกงค่อนข้างแย่
ใบหน้าของเจ้าสำนักคุนหลุนคล้ายน้ำค้างแข็ง เขากล่าวอย่างโมโหว่า “เจ้านี่มันบ้าไปแล้วหรือเปล่า?”
ถ้าเปลี่ยนเป็นเวลาอื่น หนานว่างคงจะกล่าวเหน็บแนมกลับไปเป็นแน่ แต่ในเวลานี้กระทั่งนางเองก็ยังรู้สึกตกใจที่จิ๋งจิ่วเสนอคำขอเช