งานกับศิษย์พี่แห่งสำนักเสวียนหลิงผู้นั้นจัดการสังหาร
เพียงแต่ปราณก่อกำเนิดของศิษย์พี่แห่งสำนักเสวียนหลิงผู้นั้นถูกใช้ออกไปอย่างรวดเร็ว ไป๋เจ่าเองก็ได้รับบาดเจ็บ ไม่รู้ว่าจะสามารถคงข่ายพลังนี้ไปได้นานเท่าไร
ไป๋เจ่าดูเหมือนอ่อนแอ แต่สายตากลับสุขุมมั่นใจในตัวเองเป็นอย่างยิ่ง
ในตอนที่ถูกฝูงอสูรขาหิมะบุกโจมตีในตอนแรก นางมีความมั่นใจว่าจะพาเพื่อนอดทนต่อสู้ไปได้ถึงรุ่งเช้า
เมื่อถึงตอนนั้นต่อให้นกหานเฮ่ามองไม่เห็นสถานการณ์ของพวกนางที่นี่ นางก็เชื่อว่าจะมีคนมาช่วย ต่อให้ไม่มีใครมาช่วย ปัญหาก็น่าจะไม่ใหญ่เท่าไร
ในขณะที่นางกำลังคิดเรื่องเหล่านี้ จู่ๆ นางพลันรู้สึกได้ว่าอากาศรอบกายแปรเปลี่ยนเป็นหนาวเย็นยิ่งขึ้น
ก่อนหน้านี้นางสังเกตเห็นว่ามีลมที่หนาวเย็นอย่างมากพัดมาจากในหุบเขา กองไฟถูกพัดจนเกือบมอดดับ
จริงอยู่ที่ที่ราบหิมะหนาวเย็นเป็นอย่างมาก แต่อุณหภูมิที่ต่ำเช่นนี้ก็ยังเป็นเรื่องที่พบได้ยากยิ่ง
หมอกที่หนาทึบไม่รู้ว่าทะลักออกมาจากหุบเขาตั้งแต่เมื่อไร จากนั้นเข้าปกคลุมที่ราบหิมะที่พวกเขาอยู่
หมอกสายนี้เย็นยะเยือกกว่าลมเมื่อครู่นี้ ภายในคล้ายมีผลึกน้ำแข็งจับตัวอยู่นับไม่ถ้วน ถึงแม้พวกเขาจะเป็นผู้บำเพ็ญพรต แต่ผิวหนังที่เปลือยเปล่าอยู่ด้านนอกก็ยังรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดเหมือนถูกเข็มทิ่มแทง
เปลวไฟค่อยๆ หดเล็กลงด้วยความเร็วที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ไป๋เจ่าสีหน้าเคร่งเครียด กล่าวว่า “อาจจะใกล้ท