นไม่ไหวแล้ว”
หมอกสายนี้ไม่รู้ว่าถือกำเนิดมาจากสิ่งใด ทั้งหนาวเย็นทั้งหนาทึบ กระทั่งจิตจำแนกก็ยังหยุดนิ่งเมื่ออยู่ในนั้น
จิตจำแนกของไป๋เจ่าที่เชื่อมต่ออยู่กับไข่มุกบนท้องฟ้ายามค่ำคืนเม็ดนั้นรับรู้ได้ชัดเจนที่สุด
เมื่อไม่มีจิตจำแนกเชื่อมต่อเอาไว้ ข่ายพลังก็ค่อยๆ หายไป
เยาซงซานค่อยๆ เลิกคิ้วขึ้นมา เขาเดินไปยังด้านหน้าไป๋เจ่า กระบี่สีเขียวพุ่งออกไป
ศิษย์หญิงของสำนักเสวียนหลิงลืมตาขึ้นมา นางกับผู้บำเพ็ญพรตที่ได้รับบาดเจ็บอีกสองคนเดินประคองกันและกันมาถึงข้างกายไป๋เจ่า จากนั้นเรียกอาวุธวิเศษออกมาป้องกันตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย
หมอกยิ่งหนาขึ้นทุกขณะ กองไฟแผ่วเบาลงเรื่อยๆ จนกระทั่งสุดท้ายมอดดับลงไป
ไข่มุกเม็ดนั้นก็สลัวลงเรื่อยๆ เช่นกัน จนกระทั่งไม่สามารถมองเห็นได้อีก
หมอกยามค่ำคืนปกคลุมทุกอย่างเอาไว้ เสียงเสียดสีดังขึ้นมาอีกครั้ง ฟังดูยิ่งหนาแน่น อีกทั้งยังอยู่ใกล้พวกเขามากขึ้นกว่าเดิม
หมอกพวกนี้จะหายไปไหม?
ไป๋เจ่าครุ่นคิดถึงปัญหานี้
การประลองวิถีพรตคือการฝึกฝนที่อันตรายเป็นอย่างมาก หากไม่ถึงช่วงเวลาสำคัญจริงๆ เหล่าอาจารย์ไม่มีทางยื่นมือช่วยเหลืออย่างแน่นอน แต่การต่อสู้เปลี่ยนแปลงได้ร้อยแปดพันเก้า หากเกิดเรื่องขึ้นจริงๆ กระทั่งผู้อาวุโสขั้นแปรจิตก็ไม่แน่ว่าจะยื่นมือช่วยเหลือได้ทัน ที่ผ่านมาก็มีเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกันเกิดขึ้นหลายครั้ง ดังนั้นในการประลองวิถีพรตของงานชุมนุมเหมยฮุ่ยทุกครั้งจึงมี