วไฟจะยังคงดูอ่อนแรง แต่มันก็ส่องสว่างพื้นที่รอบๆ
ท่ามกลางหมอกหนาที่หนาวเหน็บ ไฟแห่งปราณก่อกำเนิดยังคงสว่างไปได้อีกชั่วระยะเวลาหนึ่ง
พื้นตรงหน้ากองไฟมีป้านดารกะสีน้ำเงินเข้มวางอยู่ใบหนึ่ง แสงดาวระยิบระยับพวยพุ่งออกมาจากป้าน ปกคลุมทุกคนเอาไว้ด้านใน
ห่างจากม่านพลังแสงดาวออกไปหลายก้าว อสูรขาหิมะตัวหนึ่งพยายามจะยืนขึ้นมา
เยาซงซานร่ายเคล็ดกระบี่ กระบี่สีเขียวแหวกสายหมอกออกไป พุ่งทะลุศีรษะของอสูรขาหิมะตัวนั้น โลหิตสีเขียวสาดเป็นทาง
กระบี่บินสีเขียวมิได้บินกลับมา หากแต่ยังคงบินอยู่ในหมอกอันหนาวเย็นต่อ
มิรู้เพราะเหตุใด ท่ามกลางความหนาวเหน็บในสายหมอก พลังของลำแสงกระบี่คล้ายจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น เพียงพริบตาก็สังหารอสูรขาหิมะไปสองตัว
เมื่อได้ยินคำว่าตัดกิ่งกลางหิมะ เยาซงซานก็แน่ใจว่าเจ้าของเสียงผู้นั้นคือใคร
ตัดกิ่งกลางหิมะคือกระบวนท่าที่เจ็ดในเพลงกระบี่หิมะไหลของยอดเขาซั่งเต๋อ
มีเพียงศิษย์ชิงซานเท่านั้นถึงจะรู้ว่าเขาเป็นศิษย์ยอดเขาซั่งเต๋อก่อนที่จะขึ้นไปยังยอดเขาเหลี่ยงว่าง
นอกจากเยาซงซานแล้ว คนอื่นๆ อีกสามคนที่เหลือล้วนแต่ตั้งตัวไม่ทัน เนื่องเพราะสถานการณ์เปลี่ยนแปลงรวดเร็วเกินไป
ไป๋เจ่ารู้ว่าคนที่มาคือใคร
จากเปลวไฟและป้านดารกะ นางจำได้ว่าอีกฝ่ายคือสหายจากสำนักเสวียนเทียนและหอไจซิง
กลุ่มของจิ๋งจิ่วมีคนแบบนี้อยู่สองคน
แล้วตัวเขาล่ะ?
……
……
มิรู้ว่าเป็นเพราะแสงไฟหรือป้านดารกะ หรือว่าเพลงกระบี่หิม