ถกลายเป็นอรหันต์ได้”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “แต่เพื่อที่จะต่อต้านแคว้นเสวี่ยและกำราบดินแดนหมิงเอาไว้ โลกแห่งการบำเพ็ญพรตก็มีคนตายอยู่ตลอด หรือพวกเขามิได้รับความรู้สึกขอบคุณจากคนธรรมดาเลย?”
จิ๋งจิ่วมองดวงตาของนาง กล่าวว่า “พวกเขาต่อสู้เพื่อคนธรรมดา หรือว่าเพื่อสำนักของตัวเอง?”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “ข้าไม่คิดว่ามีต่างกัน”
“ย่อมต้องมีความแตกต่างแน่นอน เพราะเมื่อเรื่องราวมาถึงตัว ความเป็นความตายอยู่ตรงหน้า ยังไงก็ต้องมีลำดับก่อนหลัง”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ขอเพียงสามารถรักษาการสืบทอดของสำนักตัวเองเอาไว้ได้ หรือพวกเขายังจะสนใจความเป็นความตายของคนธรรมดาอยู่?”
เจ้าล่าเยวี่ยนึกถึงศิษย์ของยอดเขาเหลี่ยงว่างเหล่านั้นขึ้นมา อย่างเช่นกั้วหนานซาน อย่างเช่นกู้หาน นางพบว่าไม่สามารถตอบคำถามได้
จิ๋งจิ่วกล่าวต่อว่า “ยิ่งไปกว่านั้นต่อให้ผู้บำเพ็ญพรตทุกคนเป็นเหมือนอย่างเฉาหยวน ความเกลียดชังและความโกรธแค้นของคนธรรมดาก็ไม่มีทางหายไปไหน”
เจ้าล่าเยวี่ยไม่เข้าใจ จึงกล่าวถามว่า “เพราะเหตุใด?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “เพราะริษยา”
เจ้าล่าเยวี่ยนึกภาพถ้าหากตนเองไม่สามารถบำเพ็ญพรตได้ ก็จะเป็นเพียงคุณหนูสูงศักดิ์ธรรมดาๆ คนหนึ่งในเมืองเจาเกอเท่านั้น…ทิวทัศน์ที่อยู่เหนือเมฆเหล่านั้น ความรู้สึกที่ไม่สามารถใช้คำพูดบรรยายออกมาได้เหล่านั้น การตื่นรู้ที่ไม่สามารถสัมผัสได้เหล่านั้น ชีวิตการบำเพ็ญพรตที่เงียบสงบและไม่ถูกควบคุม นั่นสิ แล้วจะไม่ให้