็ไม่มีความคิดที่จะหลบหนี”
“นั่นมันอรหันต์ มิใช่คน อรหันต์เตรียมนิพพานอยู่ทุกขณะ แต่คนกลับปรารถนาชีวิตนิรันดร์ ดังนั้นเขาไม่กลัว แต่ข้ากลัว”
ชายชราหรี่ตาพลางกล่าวว่า “นอกจากพวกเราสามคนแล้ว เจ้าพวกที่หลบซ่อนอยู่ในชิงซานกับเขาอวิ๋นเมิ่งก็กลัวตายเหมือนกัน ดังนั้นข้าจึงไม่รู้สึกขายหน้า”
ชายหนุ่มกล่าว “ยิ่งมีชีวิตอยู่นานก็ยิ่งกลัวตาย คำพูดนี้ได้ยินได้ฟังมาหลายรอบแล้ว แต่ก็ยังฟังดูมีเหตุผลอย่างมากอยู่”
ชายชรากล่าว “ควรจะบอกว่ายิ่งเอาตัวรอดได้เก่ง ก็ยิ่งกลัวตาย ดังนั้นหากนักพรตจิ่งหยางยังมีชีวิตอยู่ เช่นนั้นเขาก็คือคนที่กลัวตายที่สุดในโลก”
ชายหนุ่มนิ่งเงียบไป สายตาทอดมองออกไปไกลกว่าเดิม มองไปยังเมฆเบาบางที่เชื่อมฟ้าดินเข้าด้วยกัน สีหน้าดูอ้างว้างโดดเดี่ยว
ชายชรามองใบหน้าด้านข้างของเขา คิ้วขมวดขึ้นมาพลางกล่าวว่า “แต่ที่ข้าไม่เข้าใจก็คือ เจ้าก็เอาตัวรอดเก่งเหมือนกัน เหตุใดกลับดูไม่หวาดกลัวต่อความตายเลยแม้แต่น้อย?”
“เพราะ…อยู่ใต้บ่อน้ำมันน่าเบื่อน่ะสิ ต่อให้สามารถมีชีวิตหลายหมื่นปีเหมือนอย่างหยวนกุยได้ แล้วมันจะไปมีประโยชน์อะไร?”
ชายหนุ่มกล่าว “เมื่อก่อนเสี่ยวไป๋เองก็น่าสนใจอย่างมาก ตอนนี้กลับกลายเป็นเหมือนพี่ใหญ่บนยอดเขาปี้หู ข้าไม่อยากเป็นอย่างมัน”
……
……
เมืองเจาเกอช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิเริ่มมีฝนน้อยลง
ไม่ว่าจะเป็นชายหลังคาของวัดไท่ฉางหรือว่าระเบียงทางเดินของเรือนตระกูลเจ้าก็ล้วนแต่สะท้อนแสงอา