ทิตย์ที่ค่อยๆ เจิดจ้าขึ้น ล้วนอบอุ่นจนทำให้คนอยากจะนอน
เจ้าล่าเยวี่ยใบหน้าขาวซีด แต่ดวงตากลับใสกระจ่าง สีดำขาวแบ่งชัดเจน ดูแน่วแน่เป็นอย่างมาก
จิ๋งจิ่วกล่าวไว้อย่างชัดเจน นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาพูดคุยถึงปัญหานี้
“การอยู่ร่วมกันหรือการเลี้ยงแกะนั้นล้วนแต่เป็นความคิดของผู้บำเพ็ญพรต คนธรรมดาไม่สามารถบำเพ็ญเพียรได้ แต่สติปัญญาของพวกเขากลับมิได้ด้อยกว่าพวกเรา พวกเขาจึงย่อมต้องมีความคิดเป็นของตัวเอง อย่างเช่นคนในเรือนเป่าซู่หรือราชสำนัก พวกเขาจะเป็นฝ่ายเข้ามามีส่วนรวมในโลกนี้ เพื่อแสวงหาเงินทองหรืออำนาจ จะได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมาช่วงชีวิตอันแสนสั้น”
จิ๋งจิ่วกล่าว “เป็นเพราะพรสวรรค์และเหตุผลบางอย่าง จึงทำให้ซือเฟิงเฉินไม่สามารถก้าวไปได้ไกลบนเส้นทางแห่งการบำเพ็ญพรต แล้วก็อาจจะเป็นเพราะเจอกับเรื่องบางเรื่องในวัยเด็กมา จึงทำให้เขาอคติต่อผู้บำเพ็ญพรตอย่างมาก เรียกได้ว่าเต็มไปด้วยความรู้สึกสงสัยและโกรธแค้น นี่สามารถแสดงให้เห็นท่าทีของคนธรรมดาบางคนได้พอดี”
เจ้าล่าเยวี่ยนิ่งเงียบไปครู่ ก่อนกล่าวว่า “คนที่มีท่าทีเช่นนี้มีอยู่เยอะ?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ในช่วงเวลาหลายหมื่นปีที่ผ่านมา การข่มเหงรังแกและการกดขี่ที่ผู้บำเพ็ญพรตมีต่อคนธรรมดานั้นไม่เคยหยุดลงเลย ราชวงศ์ตระกูลจิ่งน่าจะถือเป็นยุคสมัยที่ดีที่สุดแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ แต่แน่นอน คนธรรมดาไร้กำลังต่อต้าน ขอเพียงยังสามารถมีชีวิ