บปฏิเสธไปสี่ครั้งติด ไป๋เจ่ายังคงมิโกรธเคือง นางกล่าวเสียงเบาๆ ว่า “ข้าชอบเจ้าที่เป็นอย่างนี้มากที่สุด”
จิ๋งจิ่วไม่กล่าวอะไรอีก เพราะจะให้เขาใช้กระบี่มิคำนึงกรีดใบหน้าตนเองก็คงเป็นไปไม่ได้
ไป๋เจ่ากล่าวว่า “ข้าพรสวรรค์ไม่เพียงพอ บำเพ็ญเพียรยากลำบาก ภายนอกดูอ่อนแอบอบบาง แต่นิสัยกลับเป็นคนตรงๆ หวังว่าเจ้าจะไม่คิดว่าข้าล่วงเกิน”
จิ๋งจิ่วกล่าว “เข้าใจ ข้าเองก็จะพูดตรงๆ เรื่องนี้ไม่มีทางเป็นไปได้”
……
……
ไป๋เจ่าจากไป
จิ๋งจิ่วยกถ้วยชาขึ้นมา เขาเดินไปที่ริมหน้าต่างอีกครั้ง ทอดมองออกไปยังท้องฟ้ายามค่ำคืน
ชายังคงเย็นชืด
หลังเขากล่าวประโยคนั้นออกไป ไป๋เจ่ามิได้กล่าวกระไรอีก นางเพียงแต่มองดูเขา
เขาไม่รู้ว่าควรจะใช้คำพูดอะไรมานิยามสายตาแบบนั้น —- เย็นชา? หรือว่าเยือกเย็น?
แต่เขาเข้าใจสายตาของนาง
เพราะในช่วงเวลาอันยาวนานในอดีต เขาพบเจอสายตาแบบนี้มาแล้วมากมาย จนกระทั่งเก็บตัวอยู่ในยอดเขาเสินม่อถึงได้พบเจอน้อยลง
ถูกต้อง เขาเก็บตัวอยู่ในยอดเขาเสินม่อ ไม่ยอมออกมาเป็นเวลาหลายสิบปี ก็เป็นเพราะรู้สึกว่าสายตาแบบนี้มันยุ่งยาก
จนกระทั่งในตอนนี้ เป็นเพราะสายตาเหล่านั้น เขาถึงพยายามหลีกเลี่ยงสถานที่บางแห่ง อาทิเช่นยอดเขาชิงหรง…
คิดไม่ถึงว่ามาร่วมงานชุมนุมเหมยฮุ่ยในครั้งนี้ เขายังจะมาเจอกับสายตาแบบนี้อีก
ไป๋เจ่าเป็นเด็กหญิงที่ชื่นชอบการใช้ชีวิต แตกต่างกับรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูอ่อนแออย่างสิ้นเชิง
ยอดเยี่ยมเป็นอย