้นเข้าไปในแม่น้ำจั๋วนอกเมืองเฉาหนานก็เป็นจุดเริ่มต้นของการเตรียมพร้อมนี้
เขาเพียงแต่ไม่แน่ใจว่า พวกเราที่ไป๋เจ่าเอ่ยถึงอยู่บ่อยครั้งนั้น…คือใคร
เขาถามว่า “พวกเจ้าเป็นใคร?”
ไป๋เจ่ามองเขาอย่างเงียบๆ มองอยู่เป็นเวลานาน
ภายในห้องเงียบสงัด
กาน้ำชาเหล็กที่ผ่านความร้อนสลับเย็นอย่างรุนแรงส่งเสียงของโลหะดังออกมาเบาๆ
ในขณะที่จิ๋งจิ่วคิดว่านางจะไม่พูดอะไร เสียงของนางพลันดังขึ้น
“ศิษย์พี่ลั่ว ถงเหยียน ข้า หว่านซูและศิษย์ร่วมสำนักอีกจำนวนหนึ่ง ถงหลูของสำนักกระบี่ซีไห่ สำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ย วัดกั่วเฉิง สำนักคุนหลุน ศิษย์รุ่นเยาว์จำนวนหนึ่งในวัดทงฮว่า”
ไป๋เจ่ากล่าวด้วยเสียงราบเรียบ “ในสำนักชิงซานของพวกเจ้า กั้วหนานซาน เจี่ยนหรูอวิ๋น กู้หาน หม่าหวา แล้วก็ยังมีศิษย์ยอดเขาเหลี่ยงว่างอีกจำนวนหนึ่ง”
นี่คือความเชื่อมั่นและความจริงใจอย่างที่ยากจะเข้าใจได้
ในเวลานี้จิ๋งจิ่วถึงได้เข้าใจว่าเหตุใดลั่วไหวหนานและถงเหยียนจึงไม่ชอบตนเอง
“เจ้าก่อตั้ง…แบบนี้ขึ้นมา มีจุดประสงค์อะไร”
เขาไม่ค่อยแน่ใจว่าควรจะเรียกสิ่งที่ศิษย์อัจฉริยะของแต่ละสำนักก่อตั้งขึ้นมานี้ว่าอะไร
“ความคิดของพวกเราไม่เหมือนกับเหล่าอาจารย์ แต่พวกเราอายุยังน้อย ยังไม่แข็งแกร่งพอ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องช่วยกันและกัน”
“ไม่เหมือนกันตรงไหน?”
“เมื่อเผชิญหน้ากับภัยคุกคามจากแคว้นเสวี่ย มนุษย์จำเป็นต้องสามัคคีกัน ยิ่งไปกว่านั้นต้องเริ่มลงมือทำอะไรสักอย่าง มิอ