วัดกั่วเฉิงต่างถอนใจออกมาพร้อมกัน
พวกเขามองดูปฏิกิริยาของหนานว่าง ในใจครุ่นคิดว่าหลังจากนี้แค่เพียงทำให้เจ้าล่าเยวี่ยใจเย็นลงได้ก็พอแล้ว
หนานว่างรู้ว่าพวกเขากำลังคิดอะไรอยู่ จึงกล่าวไปตามตรงว่า “ท่านคิดผิดแล้ว แค่นั้นยังไม่พอ”
เหอกั๋วกงสีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อย กล่าวถามว่า “ยังมีใครอีก?”
หนานว่างกล่าว “จิ๋งจิ่ว”
เมื่อได้ยินชื่อนี้ ผู้คนที่อยู่ในห้องต่างพากันตกใจ พวกเขามองว่าต่อให้จิ๋งจิ่วจะเป็นอัจฉริยะทางวิถีกระบี่ที่สำนักชิงซานให้ความสำคัญ ทั้งยังมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นอย่างมากหลังการประลองหมากล้อมในงานชุมนุมเหมยฮุ่ย และได้ชื่อว่าเป็นผู้สืบทอดของนักพรตจิ่งหยาง แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่มีสิทธิ์ที่จะมาพัวพันกับเรื่องราวใหญ่โตเช่นนี้
แต่ลั่วไหวหนานกลับนิ่งเฉย คล้ายคาดเดาได้แต่แรกแล้ว
เยาซงซานกล่าวว่า “อาจารย์อาจิ๋งจิ่วเป็นคนที่เจ้าคิดเจ้าแค้นอย่างมาก”
เหล่าศิษย์ชิงซานพากันพยักหน้า
เมื่อตอนที่เพิ่งจะเข้ามายังธารสี่เจี้ยนครานั้น หลิ่วสือซุ่ยเพื่อที่จะมาพบเขาแล้ว จึงถูกกู้หานตีไปหลายที ภายหลังในงานชุมนุมสืบทอดกระบี่ จิ๋งจิ่วก็เอากระบี่ฟาดไปบนตัวกู้ชิงกลับไป
ในงานชุมนุมทดสอบกระบี่เมื่อปีที่แล้ว จิ๋งจิ่วจัดการเล่นงานหม่าหวาจนตกลงมายังเบื้องล่างของป่าหิน โจมตีกู้หานจนได้รับบาดเจ็บสาหัส สุดท้ายกระทั่งกระบี่ของกั้วหนานซานก็ยังถูกเขาหัก ทั้งหมดนี้คือการล้างแค้น
ในเวลานี้มีข่าวส่งมาที่เรือนซีซาน