พ็ญพรตโกลาหลขึ้นมา ราชสำนักจะอยู่นิ่งได้อย่างไร? ประชาชนบนโลกจะทำอย่างไร?
จิ๋งจิ่วมิได้กล่าวอะไร
เขายืนอยู่ท่ามกลางแสงสีแดง
ลู่กั๋วกงไม่ทราบว่านั่นคือแสงสีแดงที่กระบี่มิคำนึงปล่อยออกมา เขาคิดว่าเป็นแสงอาทิตย์ยามเย็นที่สองเข้ามาจากด้านนอกหน้าต่าง
เมื่อมองดูแผ่นหลังของจิ๋งจิ่ว เขารู้สึกวิตกกังวลขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด เอวของเขาโค้งงอขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย
ในความคิดของเขา จิ๋งจิ่วน่าจะเป็นผู้สืบทอดของเจ้าของป้ายไม้นี้ อายุยังน้อย สภาวะก็มิได้สูงอะไรนัก
แต่มิรู้เป็นเพราะเหตุใด จิ๋งจิ่วเพียงแค่ยืนอยู่นิ่งๆ แบบนี้ แต่เขากลับรู้สึกได้ถึงแรงกดดันทางจิตใจอันหนักหน่วง
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “ไม่เป็นไรก็ดี เจ้ากลับไปก่อนเถอะ”
ลู่กั๋วกงมิกล้ากล่าวอะไรมาก หลังทำการคารวะแล้วก็เดินลงทางลับใต้ดินกลับไป
จิ๋งจิ่วเดินออกมาจากหน้าต่าง สองมือสะบัดเบาๆ กระบี่มิคำนึงเปลี่ยนกลับเป็นโซ่กระบี่อีกครั้ง ก่อนจะลอยมาอยู่บนข้อมือของแล้วเปลี่ยนกลับเป็นสร้อยข้อมือ
เขาเดินมาที่หน้าชั้นหนังสือ หยิบกระบี่เหล็กไปสะพายไว้ด้านหลัง จากนั้นเดินออกจากเรือนไป
……
……
เรือนตระกูลเจ้าแสงไฟส่องสว่าง
บนถนนไม่มีคน แต่บรรยากาศที่ตึงเครียดและเยียบเย็นกลับอบอวลจนคล้ายจะจับต้องได้
ไม่รู้ว่ามียอดฝีมือของราชสำนักมากน้อยเท่าไรแอบซ่อนตัวอยู่ในความมืด แต่แน่นอนว่าย่อมต้องมีศิษย์ของสำนักชิงซานด้วยเช่นกัน
จิ๋งจิ่วเดินมาถึงหน้าประตูบ้านตระกูลเจ้า เหยี