้ว่านี่ก็เป็นการแสดงให้เห็นว่าฮ่องเต้ทรงเริ่มสงสัยบางคนแล้วเช่นกัน
จิ๋งจิ่วมิได้สนใจคนผู้นี้ เขามองไปยังบิดาของเจ้าล่าเยวี่ยที่เดินออกมา พยักหน้าทักทายเล็กน้อย สายตาหยุดอยู่บนใบหน้าฮูหยินครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินเข้าไปในห้อง
……
……
บรรยากาศในเรือนซีซานนั้นมีความตึงเครียดมากกว่าเรือนตระกูลเจ้า แล้วก็มีความกดดันมากกว่าด้วย ทุกอย่างเงียบสงัด แม้นในห้องจะมีคนอยู่มากมาย
หนานว่างนั่งอยู่บนเก้าอี้ สีหน้าเย็นยะเยือกราวน้ำแข็ง ศิษย์ที่ไม่ได้ไปเรือนตระกูลเจ้าล้วนแต่อยู่ที่นี่ สีหน้าล้วนเคร่งเครียด
เหอกั๋วกงเป็นตัวแทนราชสำนักเดินทางมาที่นี่ ตั้งแต่เที่ยงวันจนถึงตอนนี้มิได้จากไปไหน คนที่มาที่นี่พร้อมกับเขายังมีสมณะสูงศักดิ์ของวัดกั่วเฉิง
การที่เลือกสมณะรูปนี้มานั้นมีความน่าสนใจอย่างมาก เพราะสมณะรูปนี้คือหัวหน้าอารามหลี่ว์ถัง ซึ่งมีความสัมพันธ์ค่อนข้างใกล้ชิดกับสำนักชิงซาน
เจ้ากรมชิงเทียนรีบเดินทางกลับมาจากหุบเขาหมิงชุ่ย สีหน้าคร่ำเครียดเป็นอย่างมาก เขายกมือคารวะไปรอบด้าน ก่อนจะรายงานสถานการณ์ล่าสุดออกมารอบหนึ่ง จากนั้นกล่าวว่า “เมื่อใช้คันฉ่องลายสวรรค์ที่ยืมมาจากในวังทำการตรวจสอบดูอีกครั้ง พบว่าคนที่ฆ่าเว่ยเฉิงจึคือเพลิงแห่งหมิงจริงๆ ขอรับ ยิ่งไปกว่านั้นระดับยังสูงอย่างมากด้วย ส่วนเรื่องหลังจากนั้นยังต้องสืบต่อไปอีกขอรับ”
หนานว่างกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า “นี่ไม่ใช่สิ่งที่ข้าอยากได้ยิน”
เหอกั๋วกงรี