ำแนกของตัวเองมองดูจำนวนหมากในมือของอีกฝ่ายได้
แต่แน่นอนว่าอีกฝ่ายก็สามารถใช้จิตจำแนกมาปิดกั้นได้เช่นกัน สุดท้ายก็ต้องมาดูกันว่าจิตจำแนกของใครจะแข็งแกร่งกว่ากัน
ในอีกแง่หนึ่งแล้วนี่คือความยุติธรรม ขณะเดียวกันยังหมายความว่าการประลองฝีมือได้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ก่อนที่การประลองหมากจะเริ่มแล้ว
สายตาจำนวนนับไม่ถ้วนมองไปที่มือของถงเหยียน
ไม่มีผู้ใดกล้าแผ่จิตจำแนกไปที่มือของถงเหยียน เพราะนั่นถือเป็นการเสียมารยาทอย่างร้ายแรง แทบจะถือได้ว่าเป็นการยั่วยุ
แต่ถึงแม้นจะอยู่ห่างกันสิบกว่าจ้าง ทุกคนก็ยังสามารถสัมผัสได้ถึงเปลวแสงสีขาวนวลที่แผ่นออกมาจากช่องตามนิ้วมือของถงเหยียน
เปลวแสงนั้นแสดงให้เห็นถึงปราณก่อกำเนิดที่ทั้งมหาศาลและบริสุทธิ์ นั่นน่าจะเป็นพลังจักรวาลแต่กำเนิดของสำนักจงโจวที่ฝึกฝนไปจนถึงระดับสูง
ในเวลานี้ จิ๋งจิ่วกล่าวประโยคที่หลายคนต่างคิดไม่ถึงออกมา “เจ้าอยากจะใช้หมากไหน?”
ครั้นได้ยินประโยคนี้ คิ้วของถงเหยียนเลิกขึ้นอย่างช้าๆ กลุ่มคนเองก็สงเสียงฮือฮาขึ้นมา
หรือเจ้ามั่นใจว่าจะมองออกว่าเป็นเลขคู่หรือเลขคี่? นี่มันช่างอวดดีเกินไปแล้ว
ถงเหยียนมิได้โมโห เพียงแต่สายตาที่มองดูจิ๋งจิ่วยิ่งดูเย็นชาขึ้น เขากล่าวว่า “ข้าใช้สีขาว”
ที่เขาเลือกใช้หมากสีขาว สามารถมองว่าเป็นเพราะเขาเคยชินกับการรอให้อีกฝ่ายเผยจุดอ่อนแล้วค่อยโจมตีกลับ หรือจะมองว่าเป็นการเหยียดหยามดูถูกก็ได้
แม้นในการประลองจะมีแต้มต่อให