มื่อครู่เวินซิ่วอี๋ให้ท่านกิน แต่ท่านกลับกลอกตาใส่นาง”
จี้เสียวอู่พูด “จะให้ข้ากินของเหลือบนโต๊ะงั้นหรือคิดว่าข้าเป็นขอทานหรืออย่างไร!”
หมิงเวยหัวเราะเบาๆ “ความทระนงสำคัญกว่าอาหาร เห็นว่าพี่ห้าไม่หิวจนถึงขีดสุด อดทนหน่อยเถอะเจ้าค่ะ! ผ่านคืนนี้ไปก็จะดีแล้ว”
จี้เสียวอู่ฟังคำพูดนี้ก็รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างเขาเห็นนางที่ม้วนผมเสร็จแล้วหยิบผ้าเก่าออกมาฉีกแบ่งเป็นสองเส้นจากนั้นก็มัดแขนเสื้อ
“เจ้าทำอะไรน่ะ เกิดอะไรขึ้น”
หมิงเวยถามเขา “กลุ่มคนที่พบในร้านอาหารวันนี้พี่ห้าดูออกหรือไม่ว่าพวกเขาเป็นผู้ใด”
จี้เสียวอู่ส่ายหน้า “ก็แค่ชาวยุทธภพไม่ใช่หรือ คงอาศัยทักษะเรียกเก็บค่าคุ้มครองอะไรทำนองนั้น”
หมิงเวยพูด “สังคมของแคว้นฉู่ไม่เหมือนเป่ยฉีเจ้าค่ะ ที่นี่มีป่าเขาเยอะ ทางน้ำหนาแน่นจึงมีกองกำลังมากมาย วีรบุรุษปล้นคนรวยช่วยคนจนโผล่ออกมาอย่างไม่ขาดสาย คนมากสิ่งของน้อยไม่พอ อแบ่ง หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะไม่พอกิน ชาวยุทธภพส่วนใหญ่มีส่วนร่วมในการโจรกรรม”
จี้เสียวอู่ครุ่นคิด “หรือว่าเมื่อครู่เจ้าตั้งใจโยนกำไลหยก”
หมิงเวยยิ้ม “คนเหล่านั้นถือเป็นยอดฝีมือชั้นหนึ่งคงเห็นโลกกว้างมาไม่น้อย หากเป็นโจรกระจอกอาจมองหย