ิ่งที่อยู่ในมือของนางจะถูกส่งออกไป จู่ๆ ก็มีมือยื่นออกมารั้งนางไว้
เป็นฉือชิ่ง เขาชำเลืองมองอย่างเย็นชาจากนั้นเลิกชายเสื้อขึ้นเผยให้เห็นกริชสันโค้งที่ห้อยอยู่ที่เอวของเขา จากนั้นจึงพูดกับเจ้าของร้านที่ตกตะลึงว่า “ไปทำมาใหม่อีกชามเร็ว เข้า”
เจ้าของร้านได้สติเขารีบพยักหน้า และโค้งคำนับ จากนั้นก็พูดว่า “ท่านโปรดรอสักครู่จะรีบไปนำมาเดี๋ยวนี้ขอรับ!”
หลังจากเช็ดเหงื่อออกจากหน้าผากแล้วเขาก็รีบสั่งให้เสี่ยวเอ้อร์ไปแจ้งที่ครัว
มารดาเถอะ หากเกิดทะเลาะกันขึ้นมาร้านแตกแน่ไม่ต้องพูดถึงหากมีคนไปแจ้งทางการ ไม่แน่ว่าอาจต้องปิดกิจการลง ส่วนโต๊ะนั้นเมื่อเห็นว่าพวกเขาไม่สนใจแล้วมองกริชที่เอวของฉือชิ่ ง หลังจากคิดอยู่พักหนึ่งพวกเขาก็ไม่หาเรื่องอีกต่อไป
ถึงจะมีคนมากกว่า แต่การต่อสู้เพื่อเรื่องนี้ไม่คุ้มค่าเลยสักนิด! กินอิ่มก่อนแล้วค่อยว่ากัน!
“อาชิ่ง!” เวินซิ่วอี๋โกรธมาก “ห้ามข้าทำไมกัน คนพวกนั้นสมควรตาย!”
“แล้วท่านจะฆ่าพวกเขาหรือ” ฉือชิ่งพูด “หากจะรีบไปอี๋ตู การมีคนตายเป็นเรื่องที่จัดการยากอย่าสร้างปัญหาให้คุณชายรอง”
พอเขาพูดถึงคุณชายรองเวินซิ่วอี๋ก็หยุดลงนางทำหน้ามุ่ยแล้วบ่นเสียงเบา
“ก็ได้ ข้าเชื่อฟัง