๋องมาตั้งแต่เด็กจนโต เปรียบเสมือนญาติผู้หนึ่ง ก็จริงอยู่ที่หากท่านอ๋องไม่อยู่ที่นี่ก็ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้วพวกเราจะต้อ องทำอะไรอีก”
“…..”
เมื่อเห็นสีหน้าโล่งใจของหยางชูกัวสวี่แทบอยากจะเป่าหัวฟู่จิน!
ตาแก่นี่เห็นท่านอ๋องยืนกรานในความคิดเห็นของตัวเองจนไม่สามารถโน้มน้าวใจได้จึงพูดอธิบายออกมาให้ฟังดูดีเช่นนี้
ตอนนี้คำพูดดีๆ อีกฝ่ายก็พูดไปหมดแล้วเหตุผลก็ฟังดูสมควรแล้วตนจะพูดอะไรได้อีก ตรงกันข้ามท่านอ๋องได้ทิ้งผลประโยชน์ของตนเองไว้อย่างเปล่าประโยชน์
กัวสวี่เสียใจ! โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟู่จินยังเหลือบมองด้วยสีหน้าเหมือนจะยิ้มแต่ไม่ยิ้ม เขายิ่งอยากจะตายให้รู้แล้วรู้รอด! พอคิดว่าเขาที่เป็นผู้อาวุโสกัวได้รับตำแหน่งผู้อาวุโสตั้ งแต่อายุยังน้อยต้องมาแพ้ให้กับตาแก่เจ้าแผนการผู้นี้งั้นหรือ
“ผู้อาวุโสกัว ท่านว่าอย่างไร”
เขาจะว่าอะไรได้อีกกัวสวี่ทำได้เพียงกล้ำกลืน และแสร้งทำเป็นรับการชี้แนะ
“ที่อาจารย์ฟู่กล่าวมาก็ถูก ก่อนหน้านี้ข้าคิดถึง แต่เพียงสถานการณ์ในราชสำนักเลยไม่ได้คิดอย่างรอบคอบ”
ผู้อาวุโสกัวเป็นคนทำจริง ในเมื่อยอมรับแล้วก็จะไม่คิดเยอะเกินไปเขาพิจารณาทันทีว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากที่หยางชูเดินทาง