ขันทีเขาแทบรอไม่ไหวที่จะได้ไปนอน หลังจากเขาไปได้ไม่นานหยางชูก็ตื่น หลังจากล้างหน้าบ้วนปากเสร็จเขาก็เดินไปที่ห้องพักขณะ ะรอเวลาอาหาร
“เยวี่ยอ๋อง” กัวสวี่ลุกขึ้นคำนับเขาตามปกติ
“ผู้อาวุโสกัว! ท่านกลับมาทำงานแล้วหรือ ขยันจริงๆ แล้วนี่ทานอะไรแล้วหรือยัง” หยางชูเดินเอ้อระเหยลอยชายเข้าไปหาอย่างท่าทีเกียจคร้าน
กัวสวี่ตอบกลับด้วยรอยยิ้มว่า “กระหม่อมหลับไปพักหนึ่งแล้ว แต่มีงานค้างมากมายจึงไม่กล้าหลงระเริง” เขาพูดอีกว่า “กระหม่อมยังไม่ได้ทานอาหารกลางวัน ตอนนี้มีคนไปเอามาแล้วพ่ะย่ะค่ะ ะ”
หยางชูพยักหน้า “ข้าเองก็ยังไม่ได้ทานเหมือนกัน เหตุใดพวกเราไม่ทานด้วยกันล่ะ! มีคนทานด้วยดีกว่าเยอะ”
กัวสวี่ตอบตามฉบับว่า “กระหม่อมมิบังอาจ”
แต่หยางชูตะโกนออกไปข้างนอกว่า “พวกเจ้านำอาหารมาที่นี่เปิ่นหวางจะทานกับผู้อาวุโสกัว”
ขันทีตอบรับ และไม่นานอาหารก็ถูกวางลงบนโต๊ะเล็ก
“ไม่มีสุราหรือ” หยางชูถาม
ขันทีตอบอย่างระมัดระวัง “ผู้อาวุโสกำลังปฏิบัติหน้าที่ไม่สะดวกที่จะดื่มพ่ะย่ะค่ะ”
“ช่างเถอะ” หยางชูผิดหวัง “ข้ากับผู้อาวุโสกัวจะค่อยๆ ทาน พวกเจ้าออกไปเถอะ”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“ผู้อาวุโสกัว เชิญ”
ผ่านไปสักพักเมื่อแน่ใจว่าไม่มีผู้ใดกำลังจ้องมองแล้วหยา