ห้ทุกคนถอยไปให้หมด!” เขาพูดกับหัวหน้าราชองครักษ์
หัวหน้าราชองครักษ์อึ้งไปครู่หนึ่งแล้วพูดอย่างโกรธเคือง “หลิวกงกง ท่านหมายความว่าอย่างไร”
หลิวกงกงมองอย่างสงบนิ่งเขาสบตากับอีกฝ่าย “ท่านอ๋องตรัสว่า อีกฝ่ายมีจำนวนมากกว่าพวกท่านไม่ใช่คู่ต่อสู้ อย่าเสียสละชีวิตโดยเปล่าประโยชน์”
คำพูดนี้ไม่สามารถเกลี้ยกล่อมหัวหน้าราชองครักษ์ได้เขาตะโกนขึ้นว่า “นี่เป็นหน้าที่ของข้า! ตราบใดที่ยังมีลมหายใจจะไม่มีผู้ใดสามารถก้าวเข้าไปในท้องพระโรงได้! พวกเราไม่กลัวตาย!”
ทหารที่เหลือตอบเสียงดัง “ใช่! พวกเราไม่กลัวตาย!”
หลิวกงกงยิ้มเล็กน้อย และพูดว่า “ความจงรักภักดีของพวกท่าน ท่านอ๋องเข้าใจดี แต่ท่านอ๋องตรัสว่าพวกท่านทำเช่นนี้ไปก็ไร้ประโยชน์มิสู้ให้ท่านอ๋องสนทนากับองค์ชายรองดีกว่าหรือ”
“นั่น…” สายตาของหลิวกงกงหันไปทางองค์ชายรอง
“องค์ชายรอง การเผชิญหน้ากันด้วยอาวุธระหว่างพี่น้องเป็นเหตุการณ์ที่เศร้าสลด ท่านอ๋องจึงเชิญท่านเข้าไปพูดคุยด้านในพ่ะย่ะค่ะ”
สิ่งนี้เกินความคาดหมายขององค์ชายรองไปมาก เขามองอาจารย์หง
อาจารย์หงเลิกคิ้วไม่พูดอะไร เดิมทีคิดว่าต้องมีการเข่นฆ่าถึงจะสามารถเข้าไปในท้องพระโรงได้ ผู้ใดจะคาดคิดว่าอันอ๋องจะต้องการเช