งเสวียนตูกวัน และด้วยเหตุนี้อำนาจภายในเสวียนตูกวันจึงถูกเขาระงับ และเริ่มทำการฟื้นตัวใหม่ แต่สภาพจิตใจของเสวียนเฟยกลับโปร่งใสอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
เมื่อเขาเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ผิดปกติก็ทำประหนึ่งไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น นั่งทำสมาธิทุกวัน
“ท่านอยู่ที่นี่จริงๆ!”
เสียงดังขึ้นอย่างกะทันหัน เสวียนเฟยเงยหน้าขึ้นมองแล้วก็เห็นหนิงซิวเดินลงจากทางบนภูเขาด้วยท่าทางสง่างาม
“พี่หนิง” เขาทักทายด้วยรอยยิ้ม
หนิงซิวพยักหน้าด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “หากไม่เป็นอะไรแล้วก็ไปกับข้า!”
เสวียนเฟยเลิกคิ้ว “ไปไหน”
“พระราชวัง”
เสวียนเฟยตกใจเล็กน้อย “ทำไมหรือ”
หนิงซิวไม่คิดปิดบังเขา “ข้าได้รับข่าวจากศิษย์น้องว่าอาจมีการกบฏขึ้นในคืนนี้”
เสวียนเฟยร้องอ้อ “ท่านเลยจะรีบไปปกป้องเขาหรือ”
“เปล่า” หนิงซิวพูด “ไปปกป้องอันอ๋อง”
เสวียนเฟยตกใจ เขาถามอย่างสงสัย “เหตุใดต้องไปปกป้องอันอ๋องด้วย หากไม่มีอันอ๋อง หนทางข้างหน้าของเขาจะไม่ราบรื่นขึ้นหรือ”
หนิงซิวตอบเสียงเรียบ “อันอ๋องมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเขา”
เสวียนเฟยเลิกคิ้ว “แค่นั้นหรือ”
“แล้วท่านคิดว่าอะไร” เสวียนเฟยไม่ตอบ
หนิงซิวพูดต่อ “ข้ารู้ว่าในใจท่านไม่ได้ไว้ใจเขามากเพียงนั้น ที่ท่านอย