“เป็นสตรีควรแต่งตัวให้ดีกว่านี้ เจ้าเกิดมางดงามเพียงนี้ แต่ไม่แต่งตัวให้สวยงาม ไม่ละอายใจต่อใบหน้าที่มารดาให้มาหรือ”
หมิงเวยยิ้ม เผยกุ้ยเฟยอารมณ์ดีจึงให้นางในค้นหาเสื้อผ้า และเครื่องประดับที่เข้ากันมาอีก เส้นทางช่างน่าเบื่อดังนั้นหมิงเวยจึงเออออคล้อยตามนางไป ภายในรถม้าจึงมีเสียงหัวเราะดังขึ้ นเป็นครั้งคราว
ฮ่องเต้ที่อยู่ด้านหน้าได้ยินเสียงจึงถามขันทีไปว่า “กุ้ยเฟยหรือ มีเรื่องอะไรเหตุใดถึงได้หัวเราะอย่างมีความสุขเช่นนั้น”
ว่านต้าเป่าเลิกม่านถามหลังจากนั้นครู่หนึ่งเขาก็ตอบว่า “ทูลฝ่าบาท กุ้ยเฟยเหนียงเหนียงกำลังสนทนากับคุณหนูหมิงพ่ะย่ะค่ะ…”
เขาพูดอีกครั้ง และฮ่องเต้ก็หัวเราะ “คิดถูกจริงๆ ที่พานางมาด้วย กุ้ยเฟยไม่ได้มีความสุขเช่นนี้มานานแล้ว”
ว่านต้าเป่าเห็นด้วย “คุณหนูหมิงเป็นผลไม้แห่งความสุขของเหนียงเหนียงจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้พูด “แน่นอน นางไม่ทำอะไรกุ้ยเฟยก็มีความสุข!”
คำเหล่านี้ดูเหมือนจะมีความหมาย แต่หลังจากที่ฮ่องเต้กล่าวจบเขาก็อ่านฎีกาต่อ ว่านต้าเป่าจึงไม่พูดอะไรอีก
ต่อมาหมิงเวยสวมเสื้อจนเหงื่อท่วมตัวกุ้ยเฟยจึงเชื่อว่านางไม่หนาวแล้วสั่งให้นางในร