ินชาจากนั้นก็คุยเล่นกับนาง
“พวกเจ้าไปเถอะ เปิ่นกงจะคุยกับคุณหนูหมิง เหนื่อยแล้วว่าจะนอนพักสักหน่อย”
นางในลังเล “เหนียงเหนียง แต่ท่านจะไม่มีคนคอยปรนนิบัติข้างกาย”
เผยกุ้ยเฟยชี้ไปทางหมิงเวย และบ่าวรับใช้ของนาง “แล้วพวกนางไม่ใช่คนหรือ”
ตัวฝูฉลาดมากนางพูดทันทีว่า “พี่สาวทั้งสองวางใจได้ข้าจะอยู่รับใช้ทางนี้เอง หากมีอะไรที่ทำไม่ได้จะออกไปเรียกพวกท่าน” ได้ยินดังนั้นนางในทั้งสองจึงถอยออกไป
ภายในรถม้าคันใหญ่ตกอยู่ในความเงียบ เผยกุ้ยเฟยรอสักครู่พอเสียงกีบม้าดูเหมือนจะไกลออกไปจึงเปิดปากพูดขึ้นว่า “พูดได้หรือยัง”
หมิงเวยพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม เผยกุ้ยเฟยถาม “เจ้าไม่วางใจ เป็นห่วงเปิ่นกงจึงตั้งใจมาด้วยหรือ”
“เพคะ”
เผยกุ้ยเฟยพูด “เจ้าระแวงเกินไปแล้ว คุณหนูเวินผู้นั้นข้าจับตาดูแล้ว แต่ไม่เห็นนางทำอะไรผิดปกติเลย” หมิงเวยส่ายหน้า
เผยกุ้ยเฟยเลิกคิ้ว “ทำไม..มีเรื่องอื่นหรือ”
“เพคะ” หมิงเวยตัดสินใจบอกความจริงกับเผยกุ้ยเฟย “พวกเราสงสัยว่าจุดประสงค์ของพวกเขาอาจเป็นการปลงพระชนม์ฮ่องเต้เพคะ”
“อะไรนะ” เผยกุ้ยเฟยมือสั่นขนมอบที่นางหยิบเมื่อครู่กลิ้งตกลงไป
หมิงเวยพยักหน้าบอกให้รู้ว่านางได้ยินไม่ผิด เผยกุ้ยเฟยสูดหายใจเข้