่าวิตกกังวลจึงใจร้อนพูดออกไปตรงๆ เช่นนั้น เมื่อวานข้าไปทูลขอเข้าเฝ้าฝ่าบาท แต่ฝ่าบาทไม่ทรงประสงค์จะพบข้าจึงกังวลจนล้มป่วย”
เผยกุ้ยเฟยปลอบโยนนาง “พี่สาววางใจเถอะ ฝ่าบาททรงเข้าใจ และมีเหตุผลไม่ตำหนิคุณหนูเวินหรอก”
ฮุ่ยเฟยปาดน้ำตา และกล่าวว่า “ข้าเองก็รู้ว่าเฉิงเอ๋อร์ทำผิด เขาถึงถูกลงโทษ แต่ในฐานะแม่จะไม่สนใจได้อย่างไร เขาทำผิดถูกริบยศ ข้าไม่มีอะไรจะพูด เพียงแต่อยากพบหน้าเขาอยากเ เห็นว่าเขาสบายดีหรือไม่ก็เท่านั้น!” เผยกุ้ยเฟยยังคงปลอบนาง
ในตอนนั้นเองเวินซิ่วอี๋ก็เดินเข้ามาโดยไม่พูดอะไร และคุกเข่าต่อหน้าเผยกุ้ยเฟย
“นั่นเจ้าทำอะไร”
เวินซิ่วอี๋ก้มหน้าแล้วพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า “ซิ่วอี๋รู้ว่าตนเองทำผิดจึงมาขอให้เหนียงเหนียงโปรดยกโทษให้ เมื่อวานเป็นงานมงคลของเหนียงเหนียง ซิ่วอี๋ไม่ควรพูดถึงเรื่องไม่ เป็นมงคล…”
เผยกุ้ยเฟยพูดเสียงเรียบ “จะมีเรื่องไม่เป็นมงคลได้อย่างไร เปิ่นกงไม่ได้โทษเจ้า ลุกขึ้นเถอะ”
เวินซิ่วอี๋ยังคงคุกเข่านางเงยหน้าขึ้น และพูดว่า “เหนียงเหนียง ซิ่วอี๋รู้ว่าตนเองผิดจ