กพยายามสักหน่อยก็แก้มันได้”
“หึๆ”
เห็นนางยิ้มจอมปลอมเช่นนี้ หยางชูรู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อย พยายามระดมสมองเพื่อพิสูจน์ตัวเอง
“ท่านออกมาชมการแสดงหรือ ระบำโคมแดงนี้สนุกหรือไม่ เดิมทีข้าไม่ได้อยากออกมา แต่ท่านอาสามเพิ่งหยุดเรียนมาได้สองสามวันแล้ว กว่าจะหาวันลาไม่ง่ายเลยดังนั้นเขาจึงยืนกรานที จะลากข้าออกมาด้วย…”
หมิงเวยเหล่มองเขาพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้าที่ทำให้คนมองรู้สึกหนาว
หยางชูพูดเสียงอ่อนลงแล้วเอนตัวไปขอความเมตตา “มันเป็นเช่นนั้นจริงๆ ข้าปฏิเสธไม่ได้จึงออกมาด้วย เมื่อครู่ข้าประพฤติตัวดีมากไม่ได้ทำอะไรเลย…”
“งั้นหรือ เหมือนพี่ห้าจะพูดว่าท่านสัมผัสเขา…”
“ไม่มีอะไรเลย!” หยางชูปฏิเสธอย่างเด็ดขาด “เขาจงใจใส่ร้ายข้า เกาปิ่งสองชิ้นนั้นของเขามีอะไรน่าจับกัน!”
“อ้อ ท่านจับแล้วนี่ ไม่อย่างนั้นจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นเกาปิ่งสองชิ้น”
“นั่นเพราะเขา…” หมิงเวยเรียกบ่าวรับใช้ชาวหูมาคิดเงินและออกจากเรือ
หยางชูเดินตามออกมาอย่างเชื่อฟังแล้วอธิบายกับนางเสียงเบา “จริงๆ นะ ท่านต้องเชื่อข้านะ!”
“บนร่างกายท่านมีกลิ่นน้ำหอมยังจะพูดอะไรอีก”
“เช่นนั้นข้าจะไปอาบน้ำ ล้าง