ไม่กล่าวตำหนิท่านหรือ” หยางชูถามเขา
“แน่นอนว่าตำหนิ” เสวียนเฟยพูด “ในฐานะราชครู ข้าติดกับดักเคล็ดวิชาของผู้อื่น แสดงให้เห็นว่าข้าไม่เชี่ยวชาญในด้านทักษะ นอกจากนี้เสวียนตูกวันยังถูกโจมตีโดยใครบางคน และข ข้าต้องรับผิดชอบอย่างสูงด้วย ฝ่าบาทรับสั่งให้ข้าบำเพ็ญตบะเป็นเวลาหนึ่งปี ห้ามออกจากเขา รับฐานะราชครูไว้ชั่วคราวรอดูผลในภายภาคหน้า”
หยางชูยิ้ม “ฝ่าบาทคิดว่าท่านมีประโยชน์การลงโทษเช่นนี้มีไว้เพื่ออุดปากผู้อื่น” เสวียนเฟยพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม
“ดี” เขาลุกขึ้นยืน “ถึงเวลาที่ข้าจะต้องกลับไปบอกเหล่าผู้อาวุโส ระยะเวลาหนึ่งปีนี้เป็นไปได้อย่ามาพบข้า”
หมิงเวยถามเขาว่าจะจัดการอย่างไร
เสวียนเฟยตอบ “ข้าจะดูแลเรื่องนี้ให้ดี หากมีเรื่องสำคัญจะวานพี่หนิงไปบอก”
หนิงซิวถือว่าเป็นคนของเสวียนตูกวันครึ่งหนึ่ง เมื่อพูดถึงเรื่องนี้เสวียนเฟยก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง และถามเขาว่า
“พวกเรา…ไม่ต้องหันหน้ามากลายเป็นศัตรูกันแล้วใช่หรือไม่”
หนิงซิวมองเขาเงียบๆ แล้วพูดว่า “เรื่องป้ายคุ้มกันท่านกับข้าล้วนไม่ใช่ตัวต้นเรื่อง ท่านไม่รู้เรื่องนี้ก็ไม่มีเหตุผลที่จะกล่าวโทษท่าน”
เสวียนเฟย