ามาได้เลยเจ้าค่ะ”
ท่าทีของนางช่างดูเย่อหยิ่งมาก เหล่าผู้อาวุโสเสวียนตูกวันที่อยู่ในที่นี้ต่างก็หงุดหงิดกับนาง แต่เมื่อนึกถึงสถานะของนางพวกเขาก็ลังเลอีกครั้ง
พวกเขามองหยางชู แต่เห็นว่าเขาได้หันกลับมา และยืนอยู่ตรงหน้าหมิงเวยและหนิงซิว มีจุดประสงค์ที่จะปกป้องอย่างชัดเจน
หากเป็นเยวี่ยอ๋องผู้เดียวคงไม่ถึงขนาดทำให้เสวียนตูกวันต้องยอมถอย แต่หากเขาคิดจะทำให้ฝ่ายตนตกที่นั่งลำบากคงกลายเป็นเรื่องยุ่งยากขึ้นมา
ในขณะที่จมอยู่กับทางตันก็มีเสียงถอนหายใจเบาๆ เป็นเสวียนเฟยที่เปิดปากพูดว่า “พวกท่านถอยไป มอบของสิ่งนั้นให้พวกเขา!”
“เจ้าสำนัก!”
ผู้อาวุโสล่ายตะโกนอย่างไม่เกรงใจ “เสวียนเฟย ท่านอยู่ในสถานะรอลงอาญา ตอนนี้คิดจะสั่งการพวกเรางั้นหรือ ของสิ่งนั้นถูกสะกดอยู่ใต้หอดูดาว มันเป็นสมบัติของเสวียนตูกวัน ของพวกเรา มีเหตุผลอะไรต้องให้ผู้อื่นด้วย”
เสวียนเฟยตอบเสียงเรียบ “เพราะของสิ่งนั้นเป็นของพวกเขา” เขายืนขึ้นมองเหล่าผู้อาวุโส ดวงตาของเขายังคงสงบ และอ่อนโยนเหมือนเมื่อก่อน แต่กลับแฝงไปด้วยอำนาจอย่างที่ไม่เคยมี
ผู้อาวุโสล่ายตะลึงอยู่ครู่หนึ่งแล้วถามว่า