้งยังหุนหันพลันแล่น นิสัยเหมือนเด็ก เจ้าอารมณ์…ตอนนี้พอมองย้อ อนกลับไป สามปีมานี้เขาเติบโตขึ้นมากจนสามารถควบคุมสถานการณ์โดยรวมได้แล้วจริงๆ
“อาจารย์” หมิงเวยเรียก “มารับป้ายคุ้มกัน”
หนิงซิวสลัดความคิดออกไปแล้วพยักหน้าจากนั้นลุกขึ้น และเดินไปตรงกลาง
“เดี๋ยวก่อน!”
หนิงซิวหยุด และมองไปยังเจ้าของเสียงนั้น เป็นผู้อาวุโสอี้
เขาพูด “นั่นเป็นของเสวียนตูกวันของพวกเรา”
ผู้ที่ตอบเขาเป็นหมิงเวยนางตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “นั่นเป็นของที่มาจากสายปรมาจารย์แห่งชีวิตของพวกเรา”
พูดจบก็ส่งสัญญาณทางสายตา หนิงซิวก้มตัวลงหยิบป้ายสะกดวิญญาณอย่างไม่เกรงใจ
“หยุดนะ!” ผู้อาวุโสล่ายตะโกน “พวกท่านคิดจะขโมยไปหรือ”
หมิงเวยกระชับขลุ่ยเซียวในมือแล้วถามเสียงเย็น “ถ้าใช่แล้วจะทำไมหรือ”
ผู้อาวุโสอี้โกรธมาก “ถึงแม้ครั้งนี้จะได้รับการช่วยเหลือจากพวกท่าน แต่นี่ก็ไม่ใช่เหตุผลที่ท่านจะต้องมาขโมยของดูต่างหน้าของเจ้าสำนักคนก่อนไป หากไม่หยุดมือก็อย่ามาโทษพว วก…”
“หึ!” หมิงเวยไม่คิดจะอธิบายให้พวกเขาฟัง “อยากจะสู้ก็เข้