ต้องตื่นขึ้นมาทันใด มีภาพแตกสลายมากมายแวบเข้ามาในหัวของนาง
ความมืด
ตะเกียง
เลือด
สุดท้ายก็มาหยุดอยู่ที่ฉากนี้บุรุษสวมชุดนักพรตเสวียนตูกวันล้มลงกับพื้นโดยมีกริชปักอยู่ที่ท้องของเขาเลือดไหลลงสู่พื้น
“เสวียนเฟยงั้นหรือ”
หมิงเวยพลิกตัวและลุกขึ้นนั่ง อยากจะรีบไปที่เสวียนตูกวัน แต่พบกับทหารม้ากลุ่มหนึ่งที่กลับมาเปลี่ยนเวรที่เมืองหลวงในตอนดึก นางกังวลมากรอจนกระทั่งทหารม้าผ่านไปก็รุ่งสางแล้ว
ขณะที่นางกำลังจะออกจากเมืองก็ถูกใครบางคนรั้งเอาไว้ “แม่นางหมิง”
หมิงเวยหันกลับไปแล้วเห็นว่าเป็นเจี่ยงเหวินเฟิง ไม่ใช่แค่เขาคนเดียว แต่ยังมีเหลยหงกับขุนนางตำแหน่งเล็กกลุ่มหนึ่ง เขาหันกลับไปสั่งการจากนั้นลงจากรถม้าเพียงลำพังแล้วเดินไปหาหมิงเวย
หมิงเวยเห็นท่าทางจริงจังของเขาราวกับมีเรื่องอยากจะพูด นางจึงตั้งสติและตัดขาดออกจากบรรยากาศโดยรอบ
“ใต้เท้าเจี่ยง มีเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ”
เจี่ยงเหวินเฟิงไม่ตอบ แต่ถามกลับไปว่า “แล้วท่านล่ะ เพิ่งจะรุ่งสาง แต่ท่านกำลังจะออกนอกเมืองมีเรื่องสำคัญที่ต้องทำหรือ”
หมิงเวยพยักหน้าไม่คิดปิดบังเขา “ดูเหมือนจะเกิดเรื่องกับเสวียนเฟยเจ้าค่ะ”
เจี่ยงเหวินเฟิงดูไม่ตกใจเลยเขาพูดว่า “เคล็ด