ขา ในช่วงที่เขาโน้มกายเข้ามาหมายจะโอบกอดเพื่ออยากทำอะไรที่ลึกซึ้งกว่านั้น นางก็ผลักเขาออกอย่างเลือดเย็น “พูดเรื่องสำคัญกันก่อนเถอะเจ้าค่ะ”
หยางชูไม่พอใจแล้วพูดว่า “จูบเสร็จแล้วค่อยคุย ไม่จูบไม่คุย”
“อ้อ เช่นนั้นท่านก็ไม่ต้องพูดเจ้าค่ะ”
“…” หยางชูหมดหนทางกับนางจึงทำได้แต่ทำตัวติด “เรื่องนั้นวันนี้น่าจะรู้ผลแล้ว”
หมิงเวยหันไปมองเขา “การประชุมประจำวันสิ้นสุดผู้อาวุโสทั้งเจ็ดยังไม่ไปไหน ใต้เท้าเจี่ยงเองก็อยู่ด้วย และว่านต้าเป่าก็ได้เชิญฝูอ๋องเข้าวัง”
หมิงเวยเข้าใจแล้ว “ตอนนี้มีการพิจารณาคดีในวังหรือเจ้าคะ”
“อืม” หยางชูเล่นนิ้วของนางยิ่งมองยิ่งน่าอร่อยจนทนไม่ได้ยกขึ้นมากัด
เขากัดไม่เจ็บเพียงแค่รู้สึกคันเหมือนลูกสุนัขที่เพิ่งฟันขึ้น
“ทางด้านอาจารย์ฟู่ล่ะเจ้าคะ”
“ทุกอย่างพร้อมแล้ว” หยางชูยิ้ม “ไท่จื่อไม่รอดแน่ ซิ่นอ๋องคงคิดว่าตนเองสามารถเข้ารับตำแหน่งแทนได้ ปล่อยให้เขาภูมิใจไปสักพักเดี๋ยวก็ล้มตามไป”
หมิงเวยถอนหายใจเล็กน้อยและพูดว่า “ข้านึกเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้เจ้าค่ะ”
“อะไรหรือ”
“ในประวัติศาสตร์ของข้า ไท่จื่อถูกปลดเพราะเขาสูญเสียศีลธรรมเพราะลวนลามนางสนม เรื่องนี้ข้าลองมาคิดๆ ดูแล้วมีความเป็นไป