ยากหลังจากที่ไท่จู่เสด็จขึ้นครองบัลลังก์ก็มองหาลูกหลานของพี่ชายร่วมเทียดได้หนึ่งคน และแต่งตั้งเขาเป็นฝูอ๋อง
ฝูอ๋องผู้นี้รุ่นราวคราวเดียวกับฮ่องเต้อายุของเขามากแล้ว แต่ไม่ว่าจะอายุหรือลำดับผู้อาวุโสล้วนสูงกว่ามากตอนนี้ดำรงตำแหน่งจงเจิ้ง[1]
ในเมื่อฝูอ๋องอยู่ที่นี่ซิ่นอ๋องก็ตระหนักว่านี่เป็นเรื่องใหญ่ เขาตื่นเต้นขึ้นไปอีก
นี่เป็นการปลดไท่จื่อใช่หรือไม่แสดงว่าฝูอ๋องถูกเรียกมาให้เป็นพยานสินะ
“เสด็จพ่อๆ! ลูกถูกปรักปรำ!”
เสียงของไท่จื่อดึงความสนใจของเขากลับมาซิ่นอ๋องทำสีหน้าเคร่งขรึมแล้วโค้งกายคำนับ “ถวายพระพรเสด็จพ่อพ่ะย่ะค่ะ”
ทั้งสองถูกเปรียบเทียบจนเห็นความต่างอย่างเห็นได้ชัด
ไท่จื่อถูกคุมขังมาสองสามวันแล้วส่งข่าวออกไปไม่ได้ เข้าเฝ้าฮ่องเต้ก็ไม่ได้ เขาถูกจินตนาการของตนเองทำให้หวาดกลัวดั่งนกตื่นธนู ตอนนี้ได้โอกาสแล้วจึงได้แต่ร้องทุกข์
ซิ่นอ๋องเหลือบมองโดยไม่แสดงสีหน้าอะไร แต่ในใจกลับหัวเราะ
ช่างโง่นัก เรื่องนี้ตนชนะแล้ว!
ฮ่องเต้เหลือบมองอย่างเย็นชาและกล่าวว่า “เจียงชิง”
เจี่ยงเหวินเฟิงก้าวออกมา “พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”
“เริ่มได้เลย”
“พ่ะย่ะค่ะ”
นี่เป็นคดีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตั้งแต่เขาเคยสืบสวนมา ผู้ชมการสืบสวนคดี