องเต้ ไท่จื่อ ซิ่นอ๋อง และเผยกุ้ยเฟย
ฮ่องเต้มองพวกเขาอย่างเย็นชา “ผู้ใดจะพูดก่อน”
ไท่จื่อหดตัวกับสายตาของบิดา แต่เขาก็ตอบสนองอย่างรวดเร็วด้วยการก้มตัวพูดด้วยท่าทางจริงใจ และหวาดกลัวว่า “เสด็จพ่อ ลูกผิดไปแล้ว!”
“อ้อ” ฮ่องเต้กระตุกมุมปากไม่รู้ว่ายิ้มหยันหรือเยาะเย้ย “เจ้าทำผิดอะไร”
ไท่จื่อตอบ “ลูกทำผิดสองเรื่อง หนึ่งคือไม่ควรดื่มมากจนขาดสติควบคุมตนเองไม่ได้ สองคือไม่ควรทะเลาะกับน้องรอง ในฐานะพี่ชายไม่รู้จักคิดให้ดีลูกทำผิดครั้งใหญ่ เสด็จพ่อโปรดลงโทษลูกด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”
เขาดูจริงใจมากก้มหัวลงต่ำแล้วใช้มือกดเศษเครื่องลายครามแตกบนพื้นจนเลือดไหลออกมา แต่กลับไม่กล้าขยับสักนิดได้แต่คุกเข่าด้วยความจริงใจ
ดันมาฉลาดเอาตอนนี้ รู้จักเลี่ยงความหนักเบา แน่นอนเรื่องที่จงใจล่อลวงเผยกุ้ยเฟยไม่ควรพูดถึง แผนการไม่สำเร็จจำต้องเก็บไว้กับตัวหากพูดออกไปคนที่โชคร้ายก็คือตนเอง
อาจารย์ฟู่เคยสอนว่าหากทำผิดพลาดต้องยอมรับโดยเร็วเพราะในเมื่อเกิดเรื่องขึ้น อีกฝ่ายคงตัดสินเราไว้ในใจอยู่ก่อนแล้ว โอกาสที่เรียกว่าแก้ตัวเป็นเพียงความแตกต่างระหว่างโทษหนักและโทษเบา การสำนึกผิดที่เร็วสามารถต่อสู้กับโทษสถานเบาได้
เรื่องนี้