ฮ่องเต้เห็นว่าตนทะเลาะกับซิ่นอ๋องหากไม่ยอมรับผิดคงไม่ได้ แผนยังไม่ได้ดำเนินการได้ทันเวลา เรื่องนี้ยังไม่มีหลักฐาน ช่องโหว่เพียงอย่างเดียวคือเผยกุ้ยเฟยที่มีลายมือที่ถูกเลียนแบบอยู่ในมือ แต่นางจะพูดออกไปได้อย่างไรเพราะว่านั่นเป็นจุดอ่อนของนาง ดังนั้นการรีบยอมรับผิดสามารถปกปิดเรื่องนั้นไว้ได้!
ฮ่องเต้ไม่พูดอะไรเขามองต่ำจ้องมองไปที่ไท่จื่ออย่างไร้ท่าที เหงื่อที่หน้าผากไท่จื่อไหลลงมาโดยไม่รู้ตัว เขาทบทวนคำพูดของตนเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็เห็นว่าไม่มีปัญหาตรงไหน แต่ท่าทีของเสด็จพ่อทำเอาเขาคาดเดาไม่ถูก
ผ่านไปนานฮ่องเต้เปิดปากพูดว่า “เจ้าล่ะ ว่าอย่างไร”
เขามองซิ่นอ๋อง เมื่อซิ่นอ๋องมีโอกาสพูดเขาก็ก้มศีรษะทันทีและยอมรับความผิดพลาดของตน “เสด็จพ่อ เรื่องนี้จะโทษพี่ใหญ่ก็ไม่ได้ ลูกเองก็มีความผิดรู้ว่าพี่ใหญ่เมาก็ควรจะอดทน ลูกผิดที่ไม่สามารถระงับความโกรธได้ แค่คำพูดจาของคนเมายังทนไม่ได้จนถึงขนาดลงมือกับผู้เป็นพี่ชาย ลูกผิดเองได้โปรดเสด็จพ่อลงโทษลูกด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”
เขารู้สึกหวาดกลัว แต่ก็รู้สึกเสียดายในใจเช่นกัน เหตุใดพี่ใหญ่ถึงได้ฉลาดเช่นนี้ เมื่อก่อนเขาไม่ชอบที่จะยอมรับความผิดเมื่อใดก็ตามที่เกิดเรื่องมักจ