อีกครั้ง
ขันทีกลับพูดว่า “ห้องเครื่องกำลังทำอาหารกลางวันอยู่เกรงว่าจะยุ่งเกินกว่าจะจัดการได้ ซื่อจื่อฮูหยินรอสักครู่ได้หรือไม่อีกเดี๋ยวจะได้เวลาอาหารกลางวันแล้วขอรับ”
นางหลูเริ่มโมโห “ยังเหลืออีกหนึ่งชั่วยามจะให้ข้าทนได้อย่างไร แค่ชาสักแก้วพวกเจ้าก็ให้ไม่ได้เลยหรือ”
แต่ขันทีไม่เกรงกลัวนางเขาตอบกลับหน้าตึงไปว่า “ซื่อจื่อฮูหยิน ท่านเข้าวังเพื่ออธิษฐานต่ออดีตฮ่องเต้ยังจะคิดเรื่องกินอยู่อีกหรือ ดูไม่ค่อยจริงใจนะขอรับ!”
เมื่อได้ยินประโยคไม่ดีไม่ร้าย นางหลูโกรธมากจนในที่สุดก็เข้าใจว่าขันทีผู้นี้ไม่ได้คิดวิ่งเป็นธุระให้นางเลยแค่ปฏิบัติพอเป็นพิธีมากกว่า
นางกำลังจะพูดอีกครั้ง แต่โป๋วหลิงโหวฮูหยินพูดขึ้นมาว่า “แค่หนึ่งชั่วยามไม่ใช่หรือ มีอะไรที่ทนไม่ได้ อีกอย่างที่ไม่ได้ทานข้าวเช้าเพราะเจ้าตื่นสายเองอยู่เงียบๆ ไปซะ ที่นี่คือวังหลวง เจ้าคิดว่าที่นี่คือที่ใดกัน”
จากนั้นนางก็พูดกับขันทีอย่างอ่อนโยน “กงกงตามสบายเถอะ ทางนี้ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ”
ขันทีค่อยมีสีหน้าดีขึ้นมาหน่อยเขาทำความเคารพและเดินจากไป
ถึงนางหลูจะขุ่นเคืองเพียงใด แต่ก็ไม่กล้าขุ่นเคืองต่อหน้าแม่สามี แต่ในใจนางรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงได้แต่บ