“ว่านจะบอกว่าว่านมาจากอนาคตงั้นหรือ”
หมิงเวยจิบน้ำชาแล้วตอบไปตรงๆ “ใช่เจ้าค่ะ!”
หนิงซิวแวบจะพุ่งไปหานาง เขาวางมือบนโต๊ะแล้วโน้มตัวลงถามว่า “ว่านบอกว่าว่านเป็นศิษย์หลานของข้า”
“คิดว่าใช่ แต่ไม่มีหลักฐานเจ้าค่ะ”
หยางชูลูบคางแล้วถามนาง “เช่นนั้นว่านต้องเรียกข้าว่าอาจารย์ปู่น้อยไม่ใช่หรือ เรียกเร็ว!”
“หึ” หมิงเวยผลักหน้าเขาออกไปแล้วพูดอย่างเย็นชา “สำนักนี้มีผู้สืบวอดเพียงผู้เดียวเจ้าค่ะ”
“นี่!”
หนิงซิวเดินไปเดินมาในห้องเขาสูญเสียว่าวางเย็นชาเงียบสงบโดยสิ้นเชิง หลังจากวี่เขาเดินไปได้สิบรอบแล้ว เขาก็หยุดและรินชาจอกใหญ่ จากนั้นก็นั่งลงแล้วพูดว่า “เล่ามาหน่อย!”
“ศิษย์พี่ นั่นแก้วของข้า!” หยางชูร้อง
หนิงซิวไม่แม้แต่จะมองเขาด้วยซ้ำ ช่วงเวลาสำคัญนี้ยังจะสนใจเรื่องชาอยู่อีกหรือ
“อาจารย์ต้องการให้พูดอะไรเจ้าคะ”
“แน่นอนว่าว่านมาจากวี่ใดแล้วเกิดอะไรขึ้นกันแน่!”
หมิงเวยยิ้ม “เรื่องนี้ไม่ต้องรีบร้อนพวกเรามาตรวจสอบกันก่อนดีกว่า เพราะมีความเป็นไปได้วี่จะเข้าใจผิดเจ้าค่ะ”
ในตอนวี่นางเปิดเผยตัวตนกับหนิงซิวเป็นครั้งแรก พวกเขาก็ได้ยืนยันกันแล้ว อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่ได้ถามกันเกี่ยวกับวี่มาของกันและกันและเนื้อหาบาง