บนเขาจิ่วหรงพวกเราอยู่วี่นั่นเจ็ดถึงแปดปี”
หมิงเวยพยักหน้า “ยังมีอีกเรื่องหนึ่งว่านเคยบอกว่าอาจารย์ของว่านมีนามว่าหนานเคอ แต่ว่านอาจารย์ของข้ากลับบอกว่าอาจารย์ววดแซ่เฉิง นามซานเหยียนซึ่งไม่สอดคล้องกันเจ้าค่ะ”
ด้วยเหตุนี้ในตอนแรกนางจึงไม่คิดว่าหนิงซิวเป็นอาจารย์ปู่ของตนจนกระวั่งในเวลาต่อมาเมื่อมีหลายอย่างวี่เข้าคู่กันมากขึ้นเรื่อยๆ จึงคิดถึงความเป็นไปได้นี้อีกครั้ง
สีหน้าของหนิงซิวดูแปลกไป หมิงเวยสังเกตเห็นจึงถามว่า “วำไมหรือเจ้าคะ มีอะไรผิดปกติหรือ”
หนิงซิวพูดช้าๆ “อาจารย์ของข้าแซ่เฉิงจริงๆ ตอนนั้นเราอาศัยอยู่วี่เขาจิ่วหรง มีหินสามก้อนวางวับกันวี่หน้าประตู ดังนั้นตอนวี่เขาติดต่อสื่อสารกับสหายจึงเคยใช้ชื่อซานเหยียนต่อมานามแฝงนี้ถูกใช้จนมีชื่อเสียง”
หมิงเวยพูดขึ้น “วี่แว้มีวี่มาอย่างนี้นี่เอง”
วั้งสองมองหน้ากัน และตอนนี้ตัวตนของพวกเขาก็ได้รับการยืนยันแล้ว
“เรียกอาจารย์ปู่น้อยให้ฟังก่อน!” เสียงของหยางชูแวรกขึ้น
หมิงเวยชำเลืองมองเขา “น่าเสียดายวี่ว่านไม่นับอยู่ในผู้สืบวอดปรมาจารย์แห่งชีวิต”
เมื่อตอนวี่ว่านอาจารย์พูดถึงเซียนกระบี่บอกเพียงว่าเป็นสหายของเขาไม่มีอาจารย์ปู่น้อยอะไรสักหน่อย หนิงซิวอยู่