งเวยเป็นคนจิตใจดีงามจึงเล่าเรื่องให้ฟังก่อน
หนิงซิวเลิกคิ้ว “คนผู้นั้นได้รับสืบทอดเหมือนกับท่านหรือ”
“หากให้พูดกันตามตรงต้องบอกว่าเหมือนพวกเรา” หมิงเวยชี้นิ้ว “ข้า ท่าน แล้วก็เขา”
เมื่อเห็นว่านางชี้นิ้วไปทั้งสามคน หนิงซิวก็เงียบ เพราะรู้จักกันมานานเขารู้ว่าสิ่งที่เขาได้รับสืบทอดมานั้นคล้ายคลึงกับของหมิงเวยมาก แต่เส้นทางที่หยางชูเดินต่างไปจากพวกเขาอย่างสิ้นเชิงเหตุใดถึงเหมือนคนผู้นั้นได้
หยางชูพูดแทรก “วิธีการใช้ร่มของเขาคล้ายกับของข้า ท่านก็รู้ว่ากระบี่ร่มนั่นคือสิ่งที่อาจารย์สอนข้า ในใต้หล้านี้ผู้ที่ใช้กระบี่มีจำนวนมาก แต่ผู้ที่ใช้ร่มมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ยากที่จะเชื่อว่าเป็นเพียงเรื่องบังเอิญ”
หนิงซิวพยักหน้าเบาๆ “ก็จริง”
ใช้ร่มเป็นอาวุธนั้นหายากมากคนสองคนที่ใช้ร่มเหมือนกัน แต่เป้าหมายไม่เหมือนกัน คำว่าบังเอิญก็ไม่เพียงพอจะอธิบาย
หมิงเวยทานอาหารเสร็จก็ผลักชามออกไปแล้วพูดว่า “อาจารย์หนิง มีเรื่องหนึ่งที่ข้าเก็บไว้ในใจมานานเพียงแต่ไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนจึงไม่ได้พูดออกไป ตอนนี้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น ข้าคิดว่าควรบอกกับท่านก่อนจะดีกว่าเจ้าค่ะ”
ดูจากท่าทางเคร่งขรึมของนางดูเหมือนจะเป